<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1446" />
  <subtitle />
  <id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1446</id>
  <updated>2026-05-07T06:20:21Z</updated>
  <dc:date>2026-05-07T06:20:21Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การลดต้นทุนการดำเนินงานโดยการลดปริมาณการสูญเสียอาร์กอน</title>
    <link rel="alternate" href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5466" />
    <author>
      <name>อัจฉรา วรเตชะคงคา</name>
    </author>
    <author>
      <name>Achara Voratechakorgka</name>
    </author>
    <id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5466</id>
    <updated>2026-05-02T10:32:35Z</updated>
    <published>2002-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การลดต้นทุนการดำเนินงานโดยการลดปริมาณการสูญเสียอาร์กอน
Authors: อัจฉรา วรเตชะคงคา; Achara Voratechakorgka
Abstract: การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาโดยใช้หลักการ Six Sigma มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหาแนวทางในการลดปริมาณการสูญเสียอาร์กอนในสายการดำเนินงานเพื่อลดต้นทุนการดำเนินและเพิ่มกำไรให้บริษัท&#xD;
บริษัท เอเอเอ จำกัด เป็นบริษัทผู้นำด้านก๊าซอุตสาหกรรม เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ อาร์กอน ออกซิเจน ไนโตรเจน เป็นต้น บริษัทฯ มีฐานการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทย ส่วนก๊าซประเภทอื่น บริษัทหาแหล่งทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าฯ ปัจจุบันอุตสาหกรรมหลายประเภทเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศแทน ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถประหยัดต้นทุนลงได้มากแต่กลับได้รับผลกระทบข้างเคียงคือปริมาณการสูญเสียอาร์กอนเพิ่มสูงขึ้น&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า แรงดันของก๊าซอาร์กอนเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดการสูญเสียอาร์กอนที่สูงขึ้นจากการใช้หลักการ Six Sigma มาช่วยวิเคราะห์แล้วพบว่าบริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในเรื่องความดันโดยการติดตั้งตัวลดแรงดัน และปรับปรุงวิธีการดำเนินงานต่างๆ ที่มีผลต่อการเกิดการสูญเสียอาร์กอนที่สูงขึ้น พร้อมทั้งควบคุมวิธีการดำเนินงานนั้นให้เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม
Description: ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2545</summary>
    <dc:date>2002-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การปรับปรุงการทำกำไรของบริษัทโปรฟายอินดัสตรี จำกัด</title>
    <link rel="alternate" href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5465" />
    <author>
      <name>อังคาร ดำรงกิจชัยพร</name>
    </author>
    <author>
      <name>Angkarn Dumrongkijchaiporn</name>
    </author>
    <id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5465</id>
    <updated>2026-05-02T10:17:47Z</updated>
    <published>2002-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การปรับปรุงการทำกำไรของบริษัทโปรฟายอินดัสตรี จำกัด
Authors: อังคาร ดำรงกิจชัยพร; Angkarn Dumrongkijchaiporn
Abstract: ภาคนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาปัญหาของบริษัทโปรฟาย อินดัสตรี จำกัด โดยการนำงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2543 มาทำการวิเคราะห์ปัญหาตามหลักการผลิต การตลาด การเงิน และกลยุทธ์การแข่งขัน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการประกอบการของบริษัทฯ และนำปัญหาที่ได้จากการวิเคราะห์มาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานำไปสู่ความอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจต่อไป&#xD;
จากข้อมูลและผลการวิเคราะห์งบดุลและงบกำไรขาดทุนพบว่าบริษัทฯ มีปัญหาในการบริหารสินค้าคงคลัง คือ มีปริมาณสินค้าคงคลังสูงเกินไป ทำให้บริษัทฯ ต้องใช้เงินทุกในการหมุนเวียนชำระสินค้าและวัตถุดิบในการผลิตสูงเกินความจำเป็น ปัญหาทางการเงินคือบริษัทฯ มีหนี้สินมากและมีเงินทุนอยู่ในปริมาณจำกัด และปัญหาทางการตลาด คือ บริษัทฯ เป็นผู้เข้าตลาดรายใหม่ผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่รู้จักและยังไม่มีการเปิดตัวหรือโฆษณาสินค้าและบริษัทฯ อย่างเป็นทางการ ดังนั้น ในการแก้ปัญหาและปรับปรุงการทำกำไรของบริษัทจึงควรแก้ไขไปหาเหล่านี้เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน
Description: ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2545</summary>
    <dc:date>2002-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งพร้อมรับประทานของประชากรในเขตบางนา</title>
    <link rel="alternate" href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5462" />
    <author>
      <name>อลิสา พูลสวัสดิ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>Alisa Pulsawat</name>
    </author>
    <id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5462</id>
    <updated>2026-05-02T09:17:04Z</updated>
    <published>2005-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งพร้อมรับประทานของประชากรในเขตบางนา
Authors: อลิสา พูลสวัสดิ์; Alisa Pulsawat
Abstract: ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็ง ของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งศึกษาเฉพาะเขตบางนาเป็นหลัก จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 400 คน เพื่อใช้ในพัฒนารูปแบบกลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด&#xD;
การศึกษาด้วยตนเองถึงปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งของประชากรในเขตบางนา มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัย 3 ประการ คือ&#xD;
1. เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งพร้อมรับประทานของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร&#xD;
2. เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งพร้อมรับประทานของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร&#xD;
3. เพื่อศึกษาคุณลักษณะด้านประชากรศาสตร์ของกลุ่มเป้าหมาย&#xD;
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็ง ของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย รวมไปถึงด้านการส่งเสริมการขาย ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจบริโภคทั้งสิ้น โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับรสชาติความอร่อยมาเป็นอันดับ  1 รองลงมา คือ ความสะอาดของภาชนะบรรจุภัณฑ์ และรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามตามลำดับ ส่วนในเรื่องของการจัดชิมสินค้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจุดนี้มากนัก อาจเนื่องจากว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะเข้าไปชิมสินค้าโดยตรง ในการทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ และอาชีพ ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมในการซื้อสินค้ามาบริโภคทั้งสิ้น&#xD;
จากผลการวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าในด้านพฤติกรรมการซื้ออาหารแช่เยือกแข็ง ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัท และด้วยสภาพความเป็นอยู่ของสังคมไทย โดยเฉพาะสังคมกรุงเทพฯ ขนาดของครอบครัวเล็กลง ทั้งพ่อบ้านและแม่บ้านต้องทำงานนอกบ้าน ทำให้เวลาในการจ่ายตลาด เตรียมอาหาร และปรุงอาหารลดน้อยลง ทั้งจะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็เป็นการสิ้นเปลืองอย่างมากกับสภาวะเศรษฐกิจที่รัดตัวอย่างปัจจุบัน ด้วยเหตนี้อาหารแช่เยือกแข็งจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องมีพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในด้านการส่งเสริมการจำหน่าย การพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ตลอดจนการเจาะขยายตลาดโดยอาศัยช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ การพัฒนาเมนูใหม่ๆ และการตั้งราคาให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งขันโดยตรง คือ อาหารจานเดียว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหลักสำคัญให้อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งมีโอกาสทางการตลาดที่สดใสขึ้น
Description: ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2548.</summary>
    <dc:date>2005-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานจากแหล่งภายนอก (Outsource) ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในปี พ.ศ.2549 ในจังหวัดฉะเชิงเทรา</title>
    <link rel="alternate" href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5461" />
    <author>
      <name>อรุณี ศรีตันดา</name>
    </author>
    <author>
      <name>Arunee Sritanda</name>
    </author>
    <id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5461</id>
    <updated>2026-05-02T09:03:59Z</updated>
    <published>2007-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานจากแหล่งภายนอก (Outsource) ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในปี พ.ศ.2549 ในจังหวัดฉะเชิงเทรา
Authors: อรุณี ศรีตันดา; Arunee Sritanda
Abstract: การศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานจากแหล่งภายนอก ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในปี พ.ศ. 2549 ในจังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานจากแหล่งภายนอก เพื่อใช้กำหนดแนวทางในการกระตุ้นพนักงานจากแหล่งภายนอก ให้มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารของบริษัท ในการกำหนดนโยบายด้านบุคลากรพนักงานจากแหล่งภายนอก ในการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพด้านคุณภาพ และบรรลุเป้าหมายองค์กร&#xD;
ในการศึกษาในครั้งนี้ กลุ่มประชากร เป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการลงทุนจากต่างประเทศมีความต้องการใช้แรงงานในหน่วยงานด้านการผลิตจำนวนมาก อีกทั้งมีการจ้างงานจากบริษัทภายนอก เพื่อทำงานในสายการผลิต โดยมีพนักงานที่อยู่ด้านการผลิตที่มาจากแหล่งภายนอกจำนวน 610 คน ปฏิบัติงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน จำนวนตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 250 คน ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตรายข้อ คือ พนักงานมีระดับคุณภาพชีวิตระดับไม่ดี-ดีมาก พนักงานมีคุณภาพชีวิตรายข้ออยู่ในระดับดีมากใน 3 เรื่อง คือ เรื่อง ความสะดวกในการการเดินทางมาทำงานโดยรถรับส่งพนักงาน เรื่องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก เรื่อง สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตรายข้อระดับคุณภาพชีวิตไม่ดี 2 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุง คือ สถานที่หน่วยงานทำงานอยู่มีเสียงรบกวนในสถานที่ปฏิบัติงาน เรื่องสถานที่ทำงานมีฝุ่น&#xD;
ส่วนปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตรายด้าน คือ พนักงานมีคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง-ดี โดยพนักงานมีคุณภาพชีวิตรายด้านอยู่ในระดับดีใน 6 ด้าน คือ ด้านสวัสดิการและค่าตอบแทน ด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถ ด้านการส่งเสริมความก้าวหน้าและความมั่นคงในอาชีพ ด้านการส่งเสริมด้านการบูรณาการทางสังคม การทำงานร่วมกัน ด้านลักษณะงานที่ทำตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรม ด้านการมีส่วนร่วมออกความคิดเห็นในการทำงน ด้านการมีส่วนร่วมต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อสังคม ยกเว้นด้านการส่งเสริมความก้าวหน้าและมั่นคงในอาชีพ และด้านสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน พนักงานมีคุณภาพมีชีวิตรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง&#xD;
ปัจจัยด้านผลการปฏิบัติงานรายข้อ พนักงานมีผลการปฏิบัติงานในระดับมาก-มากที่สุด  พนักงานมีผลการปฏิบัติงานรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุดใน 3 เรื่อง คือ เรื่องความสามารถมองเห็นแนวโน้มของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในที่ทำงาน (เช่น ความสกปรก ความไม่ปลอดภัย) เรื่องการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม (SIO 14001) ของบริษัท เรื่อง การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัย (GMP) ของบริษัท ส่วนปัจจัยด้านผลการปฏิบัติงานรายด้าน พนักงานมีผลการปฏิบัติงานในระดับมากทั้ง 8 ปัจจัย&#xD;
การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยลักษณะส่วนบุคคลของพนักงานจากแหล่งภายนอกกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 พบว่า สถานการสมรสมีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานด้านการควบคุมต้นทุนการผลิต ระดับการศึกษาของพนักงานมีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน 2 ด้าน คือ ด้านความคิดสร้างสรรค์เพื่อปรับปรุงระบบงาน และด้านการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน รายได้ของพนักงานมีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานของพนักงานใน 3 ด้าน คือ ด้านความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์การปฏิบัติงาน  ด้านการควบคุมต้นทุนการผลิต ด้านการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&#xD;
การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตกับปัจจัยด้านผลการปฏิบัติงาน พบว่า ปัจจัยคุณภาพชีวิตด้านการพัฒนาความรู้ ความสามารถพนักงาน ด้านการส่งเสริมด้านการบูรณาการทางสังคม การทำงานร่วมกัน ด้านการมีส่วนร่วมออกความคิดเห็นในการทำงานมีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานของพนักงานทั้ง 8 ด้าน ดังนั้น ในการที่ทำให้บริษัทจะมีผลลัพธ์การปฏิบัติงานมากขึ้นหรือประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นที่จะต้องดูแลด้านคุณภาพชีวิตของพนักงาน ในกรณีที่เป็นพนักงานจากแหล่งภายนอก บริษัทที่ว่าจ้างต้องร่วมมือกันเพื่อดูแลด้านคุณภาพชีวิตของพนักงานเหล่านั้นด้วย
Description: การศึกษาอิสระ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2550.</summary>
    <dc:date>2007-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

