<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/12">
    <title>DSpace Community: คณะบริหารธุรกิจ /Faculty of Business Administration</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/12</link>
    <description>คณะบริหารธุรกิจ /Faculty of Business Administration</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5429" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5427" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5408" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5405" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-13T17:25:59Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5429">
    <title>การเตรียมตัวร่ำรวยจากผลิตภัณฑ์ธุรกิจพลังงานสีเขียวเข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5429</link>
    <description>Title: การเตรียมตัวร่ำรวยจากผลิตภัณฑ์ธุรกิจพลังงานสีเขียวเข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
Authors: วิชุตา อยู่ยงค์; Wichuta Youyong
Description: สามารถเข้าถึงบทความฉบับเต็ม (Full Text) ได้ที่ :&#xD;
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bahcuojs/article/view/271359/175578</description>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5427">
    <title>Decoding, Connecting and Converting Cultural Understanding and Consumer Behavior: The Imperative of Applying Anthropology in Marketing Management</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5427</link>
    <description>Title: Decoding, Connecting and Converting Cultural Understanding and Consumer Behavior: The Imperative of Applying Anthropology in Marketing Management
Authors: Pongsisi Kamkankaew; Chatcharawan Meesubthong; Kotchaporn Sawang; พงศ์ศิริ คำขันแก้ว; ชัชราวรรณ  มีทรัพย์ทอง
Abstract: Background and Aim: The integration of marketing and anthropology has become a valuable approach for marketers  seeking  to  understand  consumer  behavior  and  cultural  dynamics.  This  academic  article  aims  to elucidate   the   concept  of   marketing  anthropology,  its   definition,  the   scope   and   duties   of   marketing anthropologists, the imperative need for anthropological insights in marketing management, and the practical applications of anthropological principles in enhancing marketing strategies. Materials and Methods: This academic article compiles scholarly materials from academic databases that are related to marketing, anthropology, consumer behavior, and marketing management. This academic paper was compiled using analysis and synthesis techniques that addressed its primary objectives. The written content of this academic paper is structured in a systematic way to provide knowledge in conformity with the investigation objectives effectively. Results: This academic  article found  that  marketing  anthropology  is  a  crucial  field  in  modern  marketing management,  combining  anthropological  concepts  to  understand  customer  behavior  in  diverse  cultural environments, enhancing marketing tactics and brand success. Marketing anthropologists play a crucial role in contemporary marketing practices, synthesizing cultural meanings, constructing contextual understanding, and advocating  cultural  sensitivity. Anthropology  enhances  marketing  management  by  understanding  cultural nuances,  consumer  preferences,  and  globalization. Anthropology  in  marketing  management  enhances understanding  of  consumers,  cultural  intricacies,  and  segmentation  methods,  addressing  disparities  and fostering global engagement. Conclusion: Anthropology  and  marketing  provide  a  comprehensive  framework  for  managing  marketing activities, and recognizing the complex relationship between culture, consumer behavior, and market dynamics. By incorporating ethnographic research, organizations can strengthen affiliations, cultivate brand loyalty, and thrive in the global marketplace.
Description: สามารถเข้าถึงบทความฉบับเต็ม (Full text) ได้ที่ :&#xD;
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/IJSASR/article/view/3341/2358</description>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5408">
    <title>การวิเคราะห์แผนการจัดซื้อวัสถุดิบเพื่อการผลิตนมผงที่เหมาะสำหรับเด็ก</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5408</link>
    <description>Title: การวิเคราะห์แผนการจัดซื้อวัสถุดิบเพื่อการผลิตนมผงที่เหมาะสำหรับเด็ก
Authors: อัญชลาภรณ์ หนูงาม; Anchalaporn Boo-Ngam
Abstract: บริษัทกรณีศึกษา เป็นบริษัทผลิตนมผงสำหรับเด็กจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มาลงทุน จัดตั้งโรงงานในประเทศไทยเพื่อผลิตนมผงและเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก ซึ่งมีสูตรนมผง สำหรับเด็กแรกเกิด จนถึง 1 ปี สำหรับเด็กอายุ6 เดือน จนถึง 3 ปี สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ผลิตภัณฑ์นมผงของบริษัทกรณีศึกษาจะอยู่ในรูปแบบของกระป๋องและซอง บริษัทกรณีศึกษามีกำลัง การผลิต ประมาณ 28,000 ตัน/ปี ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งภายในประเทศ และ ต่างประเทศ ในสภาวการณ์ปัจจุบันตลาดนมผงสำหรับเด็กเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ในด้านนวัตกรรมเกี่ยวกับสารอาหารที่สามารถส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการด้านสมองและร่างกาย ที่แข็งไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกันนมผงสำหรับเด็กเป็นสินค้าควบคุมโดยกรมการค้าภายในประเทศ การที่จะขึ้นราคาตามนวัตกรรมนั้นไม่สามารถทำได้อย่างอิสระ เพราะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ดังนั้น ความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาดนมผงสำหรับเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมของนมผงเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการลดต้นทุนในการผลิตด้วยซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจัดหาวัตถุดิบ และการ บริหารวัตถุดิบที่มีคุณภาพนั่นเอง กรณีศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและจำแนกหมวดสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบ โดยระบบจำแนกหมวดเอบีซี 2) คำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด จุดสั่งซื้อใหม่ จำนวนครั้งที่ ควรสั่งซื้อต่อปี รอบเวลาการสั่งซื้อ และต้นทุนรวมที่ต่ำสุด ของสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบใน หมวด เอ และ 3) เปรียบเทียบต้นทุนรวมของการสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริงกับการสั่งซื้อในปริมาณที่ ประหยัด ผลการศึกษา 1) การจำแนกหมวดสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบโดยใช้ระบบ เอบีซี พบว่า สามารถจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าวัตถุดิบ โดยแบ่งเป็นกลุ่มเอ ได้ 6 รายการ กลุ่มบี ได้ 11 รายการ และกลุ่มซี ได้ 53 รายการ การจัดความสำคัญตามมูลค่าวัตถุดิบนี้ทำให้มุ่งให้ความสำคัญในการวางแผนการสั่งซื้อและควบคุมแก่วัตถุดิบดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง 2)ทำการคำนวณหาปริมาณการ สั่งซื้อที่ประหยัด และจำนวนครั้งที่ควรสั่งซื้อต่อปีพบว่าปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดของกลุ่มเอ สูงขึ้นจาก 72 ครั้งต่อปี เป็น 149 ครั้งต่อปี 3) ผลการเปรียบเทียบต้นทุนรวมของการสั่งซื้อที่เกิดขึ้น จริงในปี พ.ศ. 2552 กับการสั่งซื้อในปริมาณที่ประหยัด พบว่าการสั่งซื้อแบบประหยัดสามารถช่วยลดต้นทุนรวมได้ถึง 3,070,573.20 บาท
Description: การศึกษาอิสระ (บธ.ม.) (การจัดการอุตสาหกรรม) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2554</description>
    <dc:date>2011-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5405">
    <title>การเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขาย : กรณีศึกษาบริษัท "A" Automotive Parts จำกัด</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5405</link>
    <description>Title: การเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขาย : กรณีศึกษาบริษัท "A" Automotive Parts จำกัด
Authors: อรุณี เงาะไพรวัลย์; Arunee Ngohphraiwan
Abstract: สืบเนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ส่งผลกระทบทำให้ยอดจำหน่าย รถยนต์ภายในประเทศลดลงอย่างมากประมาณร้อยละ 40 ทำให้ยอดขายสินค้าของบริษัทซึ่งเป็น ชิ้นส่วนรถยนต์ลดลงตามไปด้วย และประกอบกับในปี พ.ศ. 2537 ได้มีคู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาในตลาด ทำให้ส่วนครองตลาดของบริษัทลดลง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ดังนั้นจำเป็นต้องศึกษาเพื่อ หาสาเหตุที่ส่งผลกระทบทำให้บริษัทมีส่วนครองตลาด และยอดขายลดลง การศึกษาการเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขายของบรัท " A " AUTOMOTIVE PARTS จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน และวิเคราะห์โอกาส และอุปสรรค โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อค้นหาปัญหา และเสนอแนะกลยุทธ์หรือแนวทางการในการแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขาย ให้บริษัท ผลจากการศึกษาพบว่าส่วนครองตลาด และยอดขายของบรัท "A" AUTOMOTIVE PARTS จำกัด ลดลงมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการคือ การตั้งราคาขายที่สูงกว่าคู่แข่งขัน และศักยภาพ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ด้อยกว่าคู่แข่งขัน จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท และคู่แข่งขัน พบว่าปัญหาที่ทำให้บริษัทตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน ได้แก่ต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าคู่แข่งขัน และปัญหาทำให้ศักยภาพช่องทางการจัดจำหน่ายด้อยกว่าคู่แข่งขัน คือ ศักยภาพและประสิทธิภาพ ของทีมงานฝ่ายการตลาดด้อยกว่าคู่แข่งขัน บรษัท "A" AUTOMOTIVE PARTS จำกัด จำเป็น ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในตลาดชุดสายไฟรถยนต์ต่อไป ซึ่งจากการศึกษาผู้ศึกษาได้เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขดังนี้ 1. การย้ายสายการผลิต (Production Line ) ไปยังบริษัทในเครือที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่า คู่แข่งขัน และใกล้ลูกค้ามากกว่าคู่แข่งขัน 2. จ้าง Sub- Contractor ที่มีคุณภาพ และต้นทุนการผลิตต่ำกว่าคู่แข่งขัน 3. พิจารณาปรับปรุง เงินเดือน สวัสดิการ และการควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด จากแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะส่งผลทำให้บริษัทสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในด้านต้นทุนการผลิต และเพิ่มศักยภาพช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทได้
Description: ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2544</description>
    <dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

