<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2179">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2179</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5210" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4888" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4838" />
        <rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4599" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-13T10:04:25Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5210">
    <title>การประยุกต์ใช้เทคนิคการจำแนกประเภทในการพยากรณ์ระดับคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร จากการใช้พลังงานไฟฟ้า: กรณีศึกษาโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5210</link>
    <description>Title: การประยุกต์ใช้เทคนิคการจำแนกประเภทในการพยากรณ์ระดับคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร จากการใช้พลังงานไฟฟ้า: กรณีศึกษาโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ
Authors: พึงใจ พิชยอนุตรัตน์; ธีร์รัฐ รัฐรวีฐากรณ์; Phuengjai Phichaya-anutarat; Teerat Ratrawetakorn
Abstract: บทความนี้นำเสนอตัวแบบการประยุกต์ใช้เทคนิคการจำแนกประเภทในการพยากรณ์ระดับคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเทคนิคการจำแนกประเภทที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เทคนิคนาอีฟเบย์และต้นไม้ตัดสินใจ โดยใช้โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เป็นกรณีศึกษา มีขอบเขต คือ ระหว่างปีการศึกษา 2554-2556 ปัจจัยที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ จำนวนนักเรียน จำนวนบุคลากร จำนวนวันทำงาน ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และระดับก๊าซเรือนกระจก และทดสอบความถูกต้อง ในการพยากรณ์ด้วยวิธีการตรวจสอบไขว้ จำนวน 10 ชุด พบว่า ตัวแบบต้นไม้ตัดสินใจให้ค่าความถูกต้องร้อยละ 88.89 มากกว่านาอีฟเบย์ ที่ให้ค่าความถูกต้องร้อยละ 75; This paper presents an apply of classification techniques, decision tree and native bayes techniques, for prediction carbon footprint of organization from electricity consumption model; Case study for Setthabutbamphen School in academic year 2011-2013. The factors are number of students, number of employees, working day, electricity consumption, greenhouse gases emission (GHGs) and a level of GHGs. The accuracy of model, 10-folds cross validation method, showed that the decision tree model gives the accuracy better than the naïve bayes model with the accuracies 88.89% and 75% respectively.
Description: การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟ้า ครั้งที่ 37 The 37th Electrical Engineering Conference (EECON-37) ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2557 ณ โรงแรมพูลแมน ราชาออคิด มหาวิทยาลัยขอนแก่น : 841-844.</description>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4888">
    <title>ปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ทางธุรกิจต่อการใช้งานระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรในด้านโลจิสติกส์</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4888</link>
    <description>Title: ปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ทางธุรกิจต่อการใช้งานระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรในด้านโลจิสติกส์
Authors: สิทธิโชค สินรัตน์; ณภัทร ศรีนวล; อดุลย์ นงภา; รพี อุดมทรัพย์; Sittichok Sinrat; Napat Srinual; Adul Nongpa; Rapee Udomsub
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยการรับรู้ประโยชน์การใช้งานระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรในด้านโลจิสติกส์ โดยงานวิจัยนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลัก ซึ่งประกอบด้วย ปัจจัยด้านการดำเนินงาน ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ปัจจัยด้านกลยุทธ์ และปัจจัยโครงสร้างองค์กร โดยมีปัจจัยรอง จำนวน 25 ปัจจัย โดยใช้เทคนิควิธีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analysis Hierarchy Process) เพื่อคำนวณหาน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยและวิเคราะห์เปรียบเทียบความสำคัญของปัจจัยการรับรู้ประโยชน์การใช้งานระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรในด้านโลจิสติกส์ ซึ่งผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านการบริหารจัดการมีความสำคัญมาก รองลงมาเป็นปัจจัยด้านโครงสร้างองค์กร ปัจจัยด้านกลยุทธ์ ปัจจัยด้านการดำเนินงาน และปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีตามลำดับ
Description: การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunities for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วันที่ 19-23 ตุลาคม 2560 ณ โรงแรมบุรี ศรีภู บูติก โฮเต็ล หาดใหญ่ สงขลา : หน้า 337-343.</description>
    <dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4838">
    <title>ความสำคัญของปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อการกระจายสินค้าของผู้ประกอบการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4838</link>
    <description>Title: ความสำคัญของปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อการกระจายสินค้าของผู้ประกอบการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
Authors: สิทธิโชค สินรัตน์; รพี อุดมทรัพย์; อดุลย์ นงภา; ธีร์รัฐ รัฐรวีฐากรณ์; Sittichok Sinrat; Rapee Udomsub; Adul Nongpa; Teerat Ratrawetakorn
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญของปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อการกระจายสินค้าของผู้ประกอบการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามเพื่อวิเคราห์ทางสถิติ เพื่อพิจารณาปัจจัยหลักด้านการขนส่ง ด้านบรรจุภัณฑ์และด้านคลังสินค้า และปัจจัยย่อทั้งหมด 15 ปัจจัย จากสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 ตัวอย่าง พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายสินค้าของผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างในภาพรวม มีความคิดเห็นด้วยในระดับมากที่สุด คือ  ปัจจัยด้านการขนส่ง ( x ̄ = 4.29) ปัจจัยด้านบรรจุภัณฑ์ (x ̄ = 4.14) และปัจจัยด้านคลังสินค้า (x ̄ = 3.89) ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นของปัจจัยรองพบว่ากลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญ ด้านการตรงต่อเวลา ความรวดเร็วในการจัดเก็บจัดส่ง และความปลอดภัย ตามลำดับ
Description: การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 18 ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2561 : หน้า 431-437.; ISBN 9786168219027</description>
    <dc:date>2018-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4599">
    <title>การจำลองการทำงานของวงจรอินเวอร์เตอร์เอชบริดจ์หลายระดับสำหรับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยใช้การมอดูเลตแบบ PD-PWM และ PS-PWM</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/4599</link>
    <description>Title: การจำลองการทำงานของวงจรอินเวอร์เตอร์เอชบริดจ์หลายระดับสำหรับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยใช้การมอดูเลตแบบ PD-PWM และ PS-PWM
Authors: มนฑล นาวงษ์; พึงใจ พิชยอนุตรัตน์; Monthon Nawong; Phuengjai Phichaya-anutarat
Abstract: บทความนี้นำเสนอการจำลองการทำงานของวงจรอินเวอร์เตอร์เอชบริดจ์หลายระดับสำหรับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์โดยใช้การมอดูเลตของสัญญาณควบคุมแบบ (Phase disposition : PD-PWM) การมอเลตของสัญญาณควบคุมแบบ (Phase shifted : PS-PWM) วงจรอินเวอร์เตอร์เอชบริดจ์หลายระดับใช้วงจรอินเวอร์เตอร์เอชบริดจ์สองวงจรเชื่อมต่อแบบอนุกรมและทั้งสองวงจรใช้แรงดันไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ซึ่งมีขนาดของแรงดันไฟฟ้าเท่ากัน (symmetric) และแตกต่างกัน (asymmetric) แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่ทางด้านออกของอินเวอร์เตอร์ (Vac) มีค่า 5 ระดับ ส่งผลให้มีค่าใกล้เคียงกับสัญญาณรูปไซน์เนื่องจากความผิดเพี้ยนฮาร์โมนิกรวม (Total harmonic distortion : THD) มีค่าลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับการมอดูเลตของสัญญาณควบคุมไบโพลาร์และแบบยูนิโพลาร์ การจำลองการทำงานของวงจรอินเวอร์เตอร์หลายระดับด้วยโปรแกรม MATLAB/Simulink พบว่าค่า THD ของการมอดูเลตแบบ PD-PWM และการมอดูเลตแบบ PS-PWM มีค่าเท่ากับ 26.83% เมื่อแรงดันไฟฟ้าทางด้านเข้าเท่ากัน และเมื่อแรงดันไฟฟ้าทางด้านเข้าแตกต่างกันการมอดูเลตแบบ PD-PWM มีค่า THD เฉลี่ยเท่ากับ 27.45% และการมอดูเลตแบบ PS-PWM ค่า THD เท่ากับ 28.16%; This paper presents the simulation of cascaded H-Bridge multilevel inverters (CHBMLI) for electricity generation from photovoltaic system using Phase Disposition (PD-PWM) and Phase Shifted (PS-PWM) techniques. The CHBMLI uses two H-Bridge cells connected in series, and supply with voltages from photovoltaic panels that are symmetrical and asymmetrical voltages. The output AC voltages of cascaded inverter has five levels that is almost due to the reduction of total harmonic distortion (THD) whenever you compares with bipolar and unipolar PWM techniques. MATLAB/Simulink was employed to simulate the CHBMLI. The simulation results show that the THD of PD-PWM and PS-PWM techniques are 26.83% for cascaded multilevel inverters symmetrical. For cascaded multilevel inverters asymmetrical, the average THD of PD-PWM technique is 27.45%, and the PS-PWM technique is 28.16%.
Description: การประชุมวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่งประเทศไทยครั้งที่ 13 (13th Conference on Energy Network of Thailand-E-NETT 13th) “Sustainable Energy Development for Community and Innovation” วันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรม ดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ หน้า 403-408.</description>
    <dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

