<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community: คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี /Faculty of Science and Technology</title>
    <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/8</link>
    <description>คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี /Faculty of Science and Technology</description>
    <pubDate>Sat, 13 Jun 2026 07:16:28 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-06-13T07:16:28Z</dc:date>
    <image>
      <title>DSpace Community: คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี /Faculty of Science and Technology</title>
      <url>https://localhost:443/jspui/retrieve/3f474818-1b48-4aef-a685-1aac22f75eb3/Faculty Logo_Science and Technology.jpg</url>
      <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/8</link>
    </image>
    <item>
      <title>นาโนคอมพิวเตอร์</title>
      <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5643</link>
      <description>Title: นาโนคอมพิวเตอร์
Authors: ธนาวุฒิ ประกอบผล; Tanawut Prakobpol
Abstract: นาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติมีอยู่มากมายหลายศาสตร์ เช่น การเรียงตัวของโมเลกุลอย่างเป็นระเบียบของแคลเซียมคาร์บอเนตทำให้เกิดเป็นเปลือกหอย เป็นไข่มุก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า หอยมีกรรมวิธีที่เรียกว่านาโนวิศวกรรม (nanoengineering)  ตามธรรมชาติหรือการจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนอย่างเป็นระเบียบที่ต่างกันทำให้เกิดเป็นถ่าน กราไฟต์และเพชร&#xD;
ความก้าวหน้าทางนาโนเทคโนโลยีทำให้เกิดแนวโน้มการพัฒนาคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นหน่วยควบคุมหรือหน่วยประมวลผลซึ่งเป็นส่วนสมองของจักรกลนาโน หรือที่เรียกว่า นาโนคอมพิวเตอร์ขึ้น (nanocomputer) นาโนคอมพิวเตอร์ต่างจากคอมพิวเตอร์ธรรมดาที่เราเข้าใจ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ทำงานโดยการปฏิสัมพันธ์กับประสาทสัมผัสของมนุษย์โดยตรง เช่น มีส่วนรับข้อมูลเข้า คือ คีย์บอร์ด มีส่วนแสดงผล คือ มอนิเตอร์ แต่นาโนคอมพิวเตอร์จะมีการรับข้อมูลเข้าทางเซนเซอร์ มีการแสดงผลออกเป็นสัญญาณหรือการทำงานกับจักรกลนาโน ทั้งนี้นาโนคอมพิวเตอร์จะมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับอุปกรณ์ที่ทำงานมากกว่ามนุษย์ แนวทางการพัฒนานาโนคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ &#xD;
1. นาโนคอมพิวเตอร์เชิงอิเล็กทรอนิกส์ (electronic nanocomputer)&#xD;
2. นาโนคอมพิวเตอร์เชิงเคมี (chemical nanocomputer)&#xD;
3. นาโนคอมพิวเตอร์เชิงกล (mechanical nanocomputer)&#xD;
4. ควอนตัมนาโนคอมพิวเตอร์ (quantum nanocomputer)&#xD;
การวิจัยและพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อไป นาโนเทคโนโลยีนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน โดยเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่มีอิทธิพลในทุกสาขา และจะเป็นเทคโนโลยีหลักที่ขาดไม่ได้ในศตวรรษที่ 21</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2004 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5643</guid>
      <dc:date>2004-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ปรอท : สารเคมีใกล้ตัวที่ควรรู้จัก</title>
      <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5642</link>
      <description>Title: ปรอท : สารเคมีใกล้ตัวที่ควรรู้จัก
Authors: เกษม พลายแก้ว; Kasem Plaikaew
Abstract: สารประกอบของปรอทที่ใช้ประโยชน์กันมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ โลหะปรอทบริสุทธิ์ สารประกอบปรอทอนินทรีย์ และสารประกอบปรอทอินทรีย์  สารประกอบเหล่านี้นำมาใช้ทำเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ใช้ในอุตสาหกรรม จากกิจกรรมผลิตในระบบอุตสาหกรรมสามารถทำให้เกิดการปนเปื้อนสารปรอทในสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งสารปรอทเหล่านี้จะแพร่กระจายไปสะสมในสิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหาร เมื่อคนเราบริโภคอาหารที่มีสารปรอทปนเปื้อนก็จะเกิดการถ่ายเทสารปรอทมาสะสมในร่างกายของเราจะได้จนก่อให้เกิดพิษภัยอันตรายจากสารปรอท ซึ่งมีแบบเรื้อรัง และแบบเฉียบพลัน</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2004 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5642</guid>
      <dc:date>2004-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ควอนตัมคอมพิวเตอร์</title>
      <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5638</link>
      <description>Title: ควอนตัมคอมพิวเตอร์
Authors: ธนาวุฒิ ประกอบผล; Tanawut Prakobpol
Abstract: จากหลักความไม่แน่นอนของเวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) และอัลกอริทึมของปีเตอร์ ชอร์ (Peter Shor) ได้นำมาสู่การสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีตัวคิวบิด (qubit) หรือควอนตัมบิตเป็นหน่วยแสดงผลข้อมูลได้สามสถานะคือ "0" หรือ "1" หรือ "0.1" ได้พร้อมกันในคราวเดียว โดยที่สถานะการแสดงผลแบบ "0.1" นี้เรียกในทางฟิสิกส์ว่า "superposition state” ขณะที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปแสดงผลข้อมูลเป็นบิต (bit) ได้เพียงสองสถานะคือ "O" หรือ "1" ส่งผลให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์มีศักยภาพในการประมวลผลสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ อันจะเป็นประโยชน์ในการคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์ที่ชับช้อนและการเข้ารหัสลับ (encryption) เป็นต้น หัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของควอนตัมคอมพิวเตอร์คือ gate operation และ ion traps ซึ่งเหมือนกับการกระทำพื้นฐานทางตรรกศาสตร์ในการสร้างเกทรูปแบบต่างๆ เช่น AND gate OR gate และ XC gate เป็นต้น พัฒนาการของควอนตัมคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่น่าสนใจและยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2005 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5638</guid>
      <dc:date>2005-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ทองคำ : โลหะทรงค่านิรันดร์กาล</title>
      <link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5633</link>
      <description>Title: ทองคำ : โลหะทรงค่านิรันดร์กาล
Authors: เกษม พลายแก้ว; Kasem Plaikaew
Abstract: ทองคำเป็นโลหะที่พบได้ในธรรมชาติซึ่งจะพบทองคำอยู่ในรูปของแร่ทองคำ  ทองคำที่พบในธรรมชาติจำแนกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เม็ดทองทราย ทองคำทราย  และทองคำภูเขา กรรมวิธีทางเคมีที่ใช้ในการแยกทองคำให้บริสุทธิ์นั้นทำได้โดยนำแร่ทองคำมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาเติมสารละลายโซเดียมไซยาไนด์ (NaCN) และพ่นด้วยแก๊สออกซิเจน จากนั้นจึงเติมผงโลหะสังกะสีลงไป ด้วยกรรมวิธีนี้จะได้โลหะทองคำบริสุทธิ์ ทองคำบริสุทธิ์ที่ได้มีสีเหลืองอร่าม ไม่เป็นสนิม ไม่ละลายในกรดทั่วไป แต่สามารถละลายได้ในการกรดทอง (aqua regia) ด้วยคุณสมบัติที่สวยงามของทองคำจึงได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ใช้ทำเครื่องประดับและในงานศิลปกรรม ใช้ในการลงทุนและการสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้ในงานทันตกรรม และใช้ทำเหรียญกษาปณ์ เป็นต้น การใช้ทองคำทำเครื่องประดับและใช้ในงานศิลปกรรมนั้นมีส่วนแบ่งของตลาดมากที่สุดของปริมาณทองคำที่ใช้กันอยู่ และเนื่องจากทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 100% นั้นมีความอ่อนนุ่มจึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการทำทองรูปพรรณ ดังนั้น จึงต้องทำเป็นโลหะอัลลอยด์โดยการนำทองคำมาผสมกับโลหะอื่น ๆ เพื่อให้ได้ทองคำที่มีความแข็งตามต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความบริสุทธิ์ของทองคำลดลง ดังนั้นการซื้อขายทองคำรูปพรรณจึงต้องบอกความบริสุทธิ์ของทองคำ ตามหลักสากลของวงการเครื่องประดับและอัญมณีใช้หน่วยกะรัต (karat K) เพื่อบอกความบริสุทธิ์ของทองคำ โดยทองคำที่ขายในท้องตลาดจำแนกความบริสุทธิ์เป็นทอง 24K 23K 22K 18K 14K 9K และ 8K  ทอง 24K เป็นทองที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด สำหรับวิธีที่ใช้ในการทดสอบความบริสุทธิ์ของทองคำสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การทดสอบโดยใช้วิธี touchstone testing ซึ่งวิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญของผู้ทดสอบเพื่อบอกปริมาณของทองคำที่มีอยู่ในทองรูปพรรณอย่างคร่าวๆ และวิธี Cupellation Method (Fire Assay) วิธีนี้เป็นการทดสอบโดยใช้เทคนิคทางเคมีซึ่งสามารถบอกปริมาณของทองคำได้อย่างแม่นยำ แต่มีความยุ่งยากของการทดสอบมากกว่าวิธีแรก</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2004 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5633</guid>
      <dc:date>2004-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

