<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1" rel="alternate"/>
<subtitle>มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ / Huachiew Chalermprakiet University</subtitle>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1</id>
<updated>2026-06-02T22:15:27Z</updated>
<dc:date>2026-06-02T22:15:27Z</dc:date>
<entry>
<title>ขยะพลาสติก : ปัญหานี้มีทางออก</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5566" rel="alternate"/>
<author>
<name>เกษม พลายแก้ว</name>
</author>
<author>
<name>Kasem Plaikaew</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5566</id>
<updated>2026-06-02T20:00:07Z</updated>
<published>2001-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ขยะพลาสติก : ปัญหานี้มีทางออก
เกษม พลายแก้ว; Kasem Plaikaew
ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพลาสติกได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พลาสติกที่ใช้กันส่วนใหญ่เป็นวัสดุสังเคราะห์ขึ้นด้วยกระบวนการทางเคมี ซึ่งโดยธรรมชาติพลาสติกเหล่านี้สลายตัวได้ยากต้องใช้เวลาถึงประมาณ 80-100 ปี จึงจะสลายตัว ดังนั้น ขยะพลาสติกซึ่งเหลือทิ้งจากกิจวัตรประจำวันกำลังเป็นปัญหาที่มนุษย์ต้องเผชิญกับเรื่องของการจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้ บทความชุดนี้นำเสนอแนวทางต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก
</summary>
<dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>พันธุ์ไม้ใหม่กับการจ้างงานในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง : กรณีประเทศไทย</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5565" rel="alternate"/>
<author>
<name>วีรอร วัดขนาด</name>
</author>
<author>
<name>Veera-on Vatkanard</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5565</id>
<updated>2026-06-02T20:01:05Z</updated>
<published>2001-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">พันธุ์ไม้ใหม่กับการจ้างงานในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง : กรณีประเทศไทย
วีรอร วัดขนาด; Veera-on Vatkanard
วิกฤตเศรษฐกิจที่ทุกคนได้เผชิญกันอยู่ในทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนรับผิดชอบควรจะต้องหันมาเร่งทบทวนถึงปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข เพื่อให้ได้ผลอย่างจริงจัง จากการสั่นคลอนของเศรษฐกิจที่ผ่านมาได้สร้างปัญหานานับประการแก่บ้านเมืองและประชาชนที่ต้องประสบปัญหาการว่างงาน อัตราการตกงานที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ถูกเลิกจ้าง ได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ถูกเลิกจ้าง ในขณะที่ระบบประกันสังคมของไทย ยังไม่สามารถคุ้มครองได้อย่างทั่วถึงก่อให้เกิดปัญหาสังคมติดตามมาอย่างไม่รู้จบ แต่สิ่งที่แน่ชัดก็คือ นับจากนี้ต่อไปการประกอบธุรกิจจะยากเย็นยิ่งขึ้น การเข้าสู่ตลาดแรงงานของกลุ่มแรงงาน ผู้จ้างแรงงานจะต้องพิถีพิถันในการคัดเลือกกลั่นกรองแรงงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจไดว่าองค์การได้คนเก่งและคนดีที่สุดเข้ามาร่วมงาน ขณะที่คนเก่าที่ทำงานอยู่ในองค์การเดิมๆ จะต้องเร่งพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีศักยภาพเป็นที่ประจักษ์แก่นายจ้างสมกับเป็นพันธุ์ไม้ใหม่ที่พร้อมจะเบ่งบานและผลิดอกออกผลขานรับกับโลกยุคใหม่ต่อไป
</summary>
<dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การออม : ยุทธวิธีพิชิตความยากจน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5564" rel="alternate"/>
<author>
<name>นิตยา ลิ้มไพศาล</name>
</author>
<author>
<name>Nitaya Limphaisal</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5564</id>
<updated>2026-06-02T20:02:52Z</updated>
<published>2001-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การออม : ยุทธวิธีพิชิตความยากจน
นิตยา ลิ้มไพศาล; Nitaya Limphaisal
ความยากจนเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญและรุนแรงในบรรดาปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย และไม่สามารถที่จะแก้ไขให้หมดไปได้ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา จากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นรัฐบาลได้ตัดสินใจประกาศขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศพร้อมด้วยพันธกรณีตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะต้องรักษาวินัยทางการเงินและการคลังอย่างเคร่งครัด จึงกำหนดแนวทางการปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) โดยให้ความสำคัญต่อผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและผู้ยากจนมากขึ้น การรักษาวินัยทางการคลังอย่างเข้มงวดด้วยการปรับลดงบประมาณและประหยัดรายจ่ายภาครัฐ พร้อมทั้งส่งเสริมการออมในประเทศโดยเฉพาะการออมภาคครัวเรือนอย่างจริงจัง รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันออมแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นคุณค่าของการออม เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นคุณค่าของการออม มีนิสัยรักการออม รู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัดและเป็นสิ่งดีที่ควรช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม
</summary>
<dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>วิเคราะห์งบการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีความรู้ทางบัญชี</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5563" rel="alternate"/>
<author>
<name>นุช สัทธาฉัตรมงคล</name>
</author>
<author>
<name>Nuch Sattachatmongkol</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5563</id>
<updated>2026-06-02T20:01:20Z</updated>
<published>2001-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">วิเคราะห์งบการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีความรู้ทางบัญชี
นุช สัทธาฉัตรมงคล; Nuch Sattachatmongkol
</summary>
<dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
