<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>Pharmaceutical Sciences - Proceeding Document</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2187" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2187</id>
<updated>2026-04-15T22:00:15Z</updated>
<dc:date>2026-04-15T22:00:15Z</dc:date>
<entry>
<title>Quantitative Determination of Mangiferin Isolated from Leaves of Mangifera indica L. Variety Nam Doc Mai Using HPTLC and Its DPPH Scavenging Activity</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5227" rel="alternate"/>
<author>
<name>Wilaipan Leeprechanon</name>
</author>
<author>
<name>Aranya Jutiviboonsuk</name>
</author>
<author>
<name>วิไลพรรณ ลีปรีชานนท์</name>
</author>
<author>
<name>อรัญญา จุติวิบูลย์สุข</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5227</id>
<updated>2026-02-23T05:25:23Z</updated>
<published>2015-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">Quantitative Determination of Mangiferin Isolated from Leaves of Mangifera indica L. Variety Nam Doc Mai Using HPTLC and Its DPPH Scavenging Activity
Wilaipan Leeprechanon; Aranya Jutiviboonsuk; วิไลพรรณ ลีปรีชานนท์; อรัญญา จุติวิบูลย์สุข
Mangiferin (2-beta-D-glucopyranosyl-1,3,6,7-tetrahydroxyxanthen-9-one) was isolated from Leaves of Mangifera indica L. variety Nam Doc Mai. It showed a potent scavenging activity on DPPH redical with an IC50 value of 6.38 μg/ml. A simple and cost-effective high- performance thin-layer chromatographic (HPTLC) method was developed and validated for quantitative determination of mangiferin. The method was performed on silica gel 60 F254 pre-coated plate with ethyl acetate-acetone-formic acid-water 8:2:1:1 (v/v) as mobile phase. Detection and quantitation was achieved by densitometric scanning at the wavelength of 320 nm. The results from validation method indicated that the proposed HPTLC method provided a good linearity at the range of 1.0 to 3.0 μg/band, accuracy (107.89 ± 0.29%), precision (intra-day RSD 0.51-1.71% and inter-day RSD 1.52%), and specificity (sharp peak at Rf value of 0.48).
การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 6 (The 6th International Conference of Suan Sunandha Rajabhat University, Bangkok, Thailand) “ก้าวสู่การวิจัยระดับโลก (Moving towards World Class Research) 28-29 เมษายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทากรุงเทพมหานคร : 163-173.; สามารถเข้าถึงบทความฉบับเต็ม (Full Text) ได้ที่ :&#13;
http://journalgrad.ssru.ac.th/index.php/5-05/article/view/123/96
</summary>
<dc:date>2015-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การพัฒนาคู่มือการสื่อสารภาษาจีนที่ใช้บ่อยสำหรับเภสัชกรชุมชน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5208" rel="alternate"/>
<author>
<name>ฉัฐกร เตชะเทียมจันทร์</name>
</author>
<author>
<name>ฉัตธิยา พรหมดีราช</name>
</author>
<author>
<name>วิรัตน์ ทองรอด</name>
</author>
<author>
<name>Chattakorn Techatiumchan</name>
</author>
<author>
<name>Wirat Tongrod</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5208</id>
<updated>2026-02-20T08:45:31Z</updated>
<published>2015-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การพัฒนาคู่มือการสื่อสารภาษาจีนที่ใช้บ่อยสำหรับเภสัชกรชุมชน
ฉัฐกร เตชะเทียมจันทร์; ฉัตธิยา พรหมดีราช; วิรัตน์ ทองรอด; Chattakorn Techatiumchan; Wirat Tongrod
ปัจจุบันชาวต่างชาติเข้ารับบริการในร้านยามากขึ้น โดยเฉพาะชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวและทำงานในประเทศไทย จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาคู่มือการสื่อสารภาษาจีนที่พบบ่อยในร้านยา (คู่มือ) ซึ่งมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การค้นหาความต้องกรของเภสัชกรชุมชนที่มีผลต่อการจัดทำคู่มือ ด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์เภสัชกรชุมชนจำนวน 10 ราย พบว่า ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ยาดม ยาหม่อง และพิมเสนน้ำ แต่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ และเภสัชกรต้องการคู่มือสื่อสารกับชาวจีนเบื้องต้นที่มีเนื้อหาครอบคลุม การซักประวัติ การจ่ายยา คำแนะนำสุขภาพและการใช้ยา ประกอบด้วยข้อความความหมายเดียวกันทั้งภาษาไทย คำอ่าน และอักษรภาษาจีนพร้อมรูปภาพประกอบ ในรูปเล่มที่พกพาสะดวก 2) ขั้นตอนการจัดทำคู่มือ นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนที่ 1 มาเรียบเรียงจัดหมวดหมู่คู่มือฉบับภาษาไทย ประกอบด้วย 4 หมวด ดังนี้ หมวดที่ 1 แบ่งเนื้อหา 3 ส่วน ได้แก่ การกล่าวต้อนรับ เริ่มต้นสนทนา และการแนะนำตัวของเภสัชกร หมวดที่ 2 แบ่งเนื้อหา 5 ส่วน ได้แก่ การซักประวัติ เครือญาติ หน่วยนับ วันเวลา สี และการซักประวัติตามระบบโรค หมวดที่ 3 แบ่งเนื้อหา 7 ส่วน ได้แก่ รูปแบบฉลากยา คำเตือนการใช้ยา การรับประทานยา การเก็บรักษา การใช้ยาเทคนิคพิเศษ อาการแพ้ยา และการรักษาสุขอนามัย หมวดที่ 4 แบ่งเนื้อหา 2 ส่วน ได้แก่ การคิดราคายา และการกล่าวลา นำข้อมูลไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางภาษาจีนคนที่ 1 เพื่อแปลคู่มือเป็นภาษาจีน ทวนสอบคู่มือด้วยกระบวนการ back translation จากภาษาจีนเป็นภาษาไทยด้วยผู้เชี่ยวชาญคนที่ 2 จนได้รูปเล่มคู่มือที่ต้องกร 3) นำคู่มือที่จัดทำให้เภสัชกรทดลองใช้ และสำรวจความพึงพอใจด้วยแบบสอบถาม ผลที่ได้ ดังนี้ ด้านข้อมูลระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากที่สุด (ร้อยละ 81.3) ด้านรูปแบบระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากที่สุด (ร้อยละ 84.0) ด้านการใช้งานระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากที่สุด (ร้อยละ 84.0) และด้านคุณภาพระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากที่สุด (ร้อยละ 82.0) การจัดทำคู่มือการสื่อสารภาษาจีนที่พบบ่อยในร้านยาครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการให้บริการทางเภสัชกรรมของเภสัชกรชุมชนในการสื่อสารกับผู้รับบริการชาวจีนที่เข้ารับบริการในร้านยา
รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการประกวดงานวิจัยและนวัตกรรมเภสัชกรรมชุมชนดีเด่น ครั้งที่ 5 ประจำปี 2558 จัดโดยสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ร่วมกับ มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนภท.) วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558 ณ อาคาร 80 ปีคณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย : 113-119.
</summary>
<dc:date>2015-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การพัฒนาโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในการประเมินและให้คำปรึกษาเรื่องโรคคออักเสบสำหรับเภสัชกรชุมชน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5207" rel="alternate"/>
<author>
<name>ณัฐกิตติ์ เพ็งสมมุติ</name>
</author>
<author>
<name>ฉัตราภรณ์ โชคถนอมทรัพย์</name>
</author>
<author>
<name>วิรัตน์ ทองรอด</name>
</author>
<author>
<name>Wirat Tongrod</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5207</id>
<updated>2026-02-20T08:07:51Z</updated>
<published>2015-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การพัฒนาโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในการประเมินและให้คำปรึกษาเรื่องโรคคออักเสบสำหรับเภสัชกรชุมชน
ณัฐกิตติ์ เพ็งสมมุติ; ฉัตราภรณ์ โชคถนอมทรัพย์; วิรัตน์ ทองรอด; Wirat Tongrod
การดื้อยาปฏิชีวนะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น มีสาเหตุเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่สมเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด และโรคคออักเสบ ทางผู้วิจัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล จึงพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (App) บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของโทรศัพท์มือถือ เพื่อสนับสนุนเภสัชกรใช้เป็นสื่อกลางในการประเมินโรคคออักเสบเรื้อรังและให้คำปรึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องแก่ประชาชน ในการพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นแรกทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคออักเสบและโปรแกรมประยุกต์อื่นๆ เพื่อจดทำโครงสร้างคำถามไปสัมภาษณ์เภสัชกรชุมชนจำนวน 20 คน เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของเภสัชกรที่มีต่อ App พบว่า ร้อยละ 95 เห็นด้วยกับการพัฒนาโปรแกรมนี้ เพราะจะช่วยอธิบายแก่ผู้ป่วยได้ชัดเจนขึ้น (ร้อยละ 70) และต้องการ App ที่ประกอบด้วย 1.1 ฟังก์ชันการตรวจคอผ่านทางกล้องโทรศัพท์ (ร้อยละ 90) 1.2 เกณฑ์การคัดกรองโดย Mclsaac score (ร้อยละ 70) และ 1.3 แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะ (ร้อยละ 30) 1.4 วิธีรักษากรณีไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ (ร้อยละ 20) โดยร้อยละ 100 เห็นด้วยกับความรู้เรื่องยากและคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย ในด้านรูปลักษณ์โดยภาพรวมต้องการโทนสีฟ้าหรือเขียว ตัวอักษรอ่านง่าย และกระชับ 2) ขั้นที่สอง การพัฒนา App ซึ่งดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ การออกแบบองค์ประกอบ ภาพ สี และตัวอักษร การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในเขียนคำสั่งฟังชั่นของโปรแกรม ระบบประมวลผล และเชื่อมโยงหน้าต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือ คือ Google App Inventor จากนั้นทดสอบความถูกต้องในการใช้งานของโปรแกรม ซึ่ง App ประกอบด้วย 6 ส่วน ได้แก่ 2.1 การตรวจคอผ่านทางกล้องโทรทัศน์ 2.2 การประเมินคออักเสบด้วย Mclsaac score และ 2.3 ส่วนให้ความรู้ซึ่งมีส่วนประกอบย่อยได้แก สาเหตุของโรค การใช้ยาปฏิชีวนะ อาการที่ควรส่งต่อแพทย์  การปฏิบัติตนของผู้ป่วย และรายการยาทั้งหมดที่ใช้ได้ 2.4 เงื่อนไขการใช้งาน 2.5 ผู้พัฒนา และ 2.6 link เชื่อมต่อกับเว็บไซต์ แนวทางการรักษาคออักเสบตาม IDSA guideline 3) ในขั้นสุดท้ายได้เชิญเภสัชกรจำนวน 37 คน ทดลองใช้จริงและสำรวจความคิดเห็น ซึ่งผลของความพึงพอใจต่อองค์ประกอบของ App ค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.00 ถึง 4.40 แสดงว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ทั้ง 9 ประเด็น ได้แก่ 1. การจัดองค์ประกอบ 2. ความสวยงาม 3. ความน่าเชื่อถือของเนื้อหา 4. ความกระชับและเข้าใจได้ง่าย 5. ความรวดเร็วในการแสดงผล 6. การใช้งานง่าย 7. ภาพลักษณ์ที่ทันสมัย 8. การประยุกต์ใช้งานได้จริง และ 9. ความพึงพอใจโดยรวม สรุป การพัฒนาครั้งนี้ทำให้ได้ App ช่วยประเมิน และให้ความรู้เรื่องโรคคออักเสบสำหรับเภสัชกรชุมชน ที่ใช้งานได้จริง สวยงาม รวดเร็ว ถูกต้อง และทันสมัยในการให้บริการทางเภสัชกรรมแก่ผู้รับบริการ และรณรงค์การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล อันจะช่วยลดปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะของเชื้อแบคทีเรีย
รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการประกวดงานวิจัยและนวัตกรรมเภสัชกรรมชุมชนดีเด่น ครั้งที่ 5 ประจำปี 2558 จัดโดยสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ร่วมกับ มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนภท.) วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558 ณ อาคาร 80 ปีคณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย : 92-99.
</summary>
<dc:date>2015-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การผลิตยาแผนโบราณตามระบบจีเอ็มพี ระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2544 ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5121" rel="alternate"/>
<author>
<name>มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. คณะเภสัชศาสตร์</name>
</author>
<author>
<name>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5121</id>
<updated>2026-01-26T13:43:26Z</updated>
<published>2001-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การผลิตยาแผนโบราณตามระบบจีเอ็มพี ระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2544 ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. คณะเภสัชศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สารบัญ: ส่วนที่ 1 กฎหมายยาแผนโบราณ ; หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยาสมุนไพร ; การขึ้นทะเบียนตำรับจากสมุนไพร – ส่วนที่ 2 ความรู้เรื่องยา ; การบดร่อนสมุนไพร ; การอบแห้ง ; การผสมผงยา ; การทำแกรนูล ; การตอกยาเม็ด ; การเคลือบยาเม็ด ; การบรรจุแคปซูล ; เทคโนโลยีเพื่อการแปรรูปพืชสมุนไพร ; การเตรียมตำรับยาจากสมุนไพร – ส่วนที่ 3 การตรวจสอบมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร ; การวิเคราะห์สมุนไพร ; การพัฒนาและควบคุมคุณภาพยาจากพืชสมุนไพร – ส่วนที่ 4 วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยาแผนโบราณ ; บัญชียาจากสมุนไพร ; ข้อกำหนดสมุนไพรในบัญชียาหลัก
</summary>
<dc:date>2001-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
