<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>Nursing - Articles Journals</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/46" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/46</id>
<updated>2026-07-26T19:01:09Z</updated>
<dc:date>2026-07-26T19:01:09Z</dc:date>
<entry>
<title>หุ้นส่วนสุขภาพเพื่อการพัฒนาสุขภาพผู้ใช้บริการโรคหัวใจ-หลอดเลือดและครอบครัวในชุมชน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5922" rel="alternate"/>
<author>
<name>วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย</name>
</author>
<author>
<name>Vanida Durongrittichai</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5922</id>
<updated>2026-07-24T20:00:08Z</updated>
<published>2008-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">หุ้นส่วนสุขภาพเพื่อการพัฒนาสุขภาพผู้ใช้บริการโรคหัวใจ-หลอดเลือดและครอบครัวในชุมชน
วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย; Vanida Durongrittichai
โรคหัวใจ-หลอดเลือดเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรังที่ผู้รับบริการ ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงที่ควรจะได้รับกรพัฒนาวิธีการดูแลตนเองเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะสั้นและระยาว การสร้างหุ้นส่วนสุขภาพสำหรับโรคหัวใจ-หลอดเลือดในชุมชนเป็นการพัฒนาแนวร่วมของผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกฝ่ายที่มากำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกัน แล้วสร้างนวัตกรรมของการประสานร่วมมือและสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจในการเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิที่พึงได้รับ พยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญในการประสานให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสร้างพันธะสัญญา กำหนดแผนงานแบ่งปันทรัพยากร สร้างทางเลือกในการเข้าถึงบริการสุขภาพจนเกิดความรู้สึกเป็นหุ้นส่วนที่มีเป้าหมายร่วมกันของการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคหัวใจ-หลอดเลือด รวมทั้งพยาบาลจะต้องปรับมุมมองใหม่ของตนให้เป็นผู้ที่เข้าอกเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องในหุ้นส่วน ทำงานแบบเรียนรู้ร่วมกัน ตัดสินใจร่วมกันและปฏิบัติร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการนำประสบการณ์ชีวิตที่ดีของผู้ใช้บริการมาทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่จะเน้นความก้าวหน้าทางการรักษา ผลักดันให้ผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจจัดการโรคนี้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการสร้างเครือข่าย จากการทำให้ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับประเด็นปัญหาและความต้องการร่วมของโรคหัวใจ-หลอดเลือดที่มีอยู่ในชุมชน ขั้นตอนการสร้างหุ้นส่วนสุขภาพประกอบด้วยชั้นจำแรกและระบุกลุ่มเปาหมายในชุมชนทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ-หลอดเลือดที่อยู่กับความเรื้อรังของโรค แต่มีสุขภาพดี กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ต้องติดตามดูแลและกลุ่มผู้ป่วยที่เตรียมกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน ขั้นสร้างแนวปฏิบัติพยาบาลที่ประกอบด้วยการวางแผนการรักษาและแผนการพยาบาลที่เฉพาะเจาะจกับผู้ป่วยโรคหัวใจ-หลอดเลือดโดยอาศัยฐานข้อมูลจริงในพื้นที่ ขั้นวางแผนการดูแลต่อเนื่องให้กับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มโดยประสานร่วมมือระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเน้น “ความเป็นหุ้นส่วนสุขภาพ” จัดระบบและโครงสร้างรองรับ ประเมินคุณภาพการทำงานของระบบและโครงสร้างที่พัฒนาขึ้นและพัฒนาความต่อเนื่องของหุ้นส่วนสุขภาพ การสร้างหุ้นส่วนสุขภาพจึงเป็นกลวิธีหนึ่งของการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมระหว่างผู้ใช้บริการ ครอบครัว กลุ่มและชุมชนที่เน้นสร้างพลังอำนาจในการที่จะสื่อสารและสะท้อนกลับข้อมูลซึ่งกันและกันเกี่ยวกับความต้องการของตน จนกลายเป็นความรู้สึกของการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจนสามารถกำหนดเป็นรูปแบบการทำงานเพื่อลดปัญหาของโรคหัวใจ-หลอดเลือดในชุมชนที่เป็นเลิศได้ ซึ่งจะช่วยให้การจัดการกับโรคนี้ในชุมชนเกิดประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน; The cardio-vascular disease is one of the chronic illness which has many complications to clients and family in the community. So, those who are directly involved with this disease should develop their self-care capabilities to prevent the risk of diseases complications. The partnership of health development for clients with cardio-vascular disease and their family in the community is the participation of stakeholders in determining the activity plans, innovation of the best practices, and choices for decision-making in selecting the appropriate health service for preventing the complications of this disease. The nurses roles in this health partnership is to collaboration with all stakeholders in the community to determine their mutual needs and activities until they feel they have the major responsibility for this disease. Also, it is necessary for the nurses to adjust their views to accept and be concerned with community health problems and needs of their partnerships, collaborative learning, decision making, and caring practice among all stakeholders. In addition, they should enhance clients, family, and other stakeholders in sharing good life experiences with others adjust their health problems or prevent complications more than the advance health technology and medicine of the disease. They should involve the stakeholders to create their networks from their best practices in solving the issues and needs they concern. The stage of health partnership are  composed of  1) classifying and determining the specific target groups, including chronic cases, risk cases, complication risk cases, and referred cases from hospital 2) developing the clinical nursing practice guideline based on evidence-based data 3) developing the appropriate continuing care plans for each target group which emphasized on mutually collaboration 4) creating the specific system and its structures to improve health partnership development in community and 5) evaluating the  quality of the developed health partnership. In conclusion, the health partnership is one of the strategies which leads clients, family, groups, and community to create health participation based on empowering their communications and feedback learning about health needs until they can effectively manage the cardio-vascular disease in community sustainable.
</summary>
<dc:date>2008-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ...สู่การมีส่วนร่วมด้านการดูแลสุขภาพ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5912" rel="alternate"/>
<author>
<name>ทวีศักดิ์ กสิผล</name>
</author>
<author>
<name>Taweesak Kasiphol</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5912</id>
<updated>2026-07-24T20:00:07Z</updated>
<published>2009-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ...สู่การมีส่วนร่วมด้านการดูแลสุขภาพ
ทวีศักดิ์ กสิผล; Taweesak Kasiphol
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้ใช้บริการทางด้านสุขภาพในแนวคิดเชิงอุดมคติควรมีความเสมอภาคซึ่งกันและกัน หรือมีความเป็นหุ้นส่วน ตั้งแต่วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา วางแผน และปฏิบัติตามแผนจนถึงมีการประเมินผลร่วมกัน แต่กระบวนการหรือกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แม้กระทั่งในปัจจุบัน ฐานะความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการยังคงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ไม่เป็นไปตามแนวคิดเชิงอุดมคติที่ควรจะเป็น สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้บริการเป็นเช่นนั้น เมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการดูแลสุขภาพ ประกอบด้วย วิวัฒนาการนโยบายการบรรลุสุขภาพดีถ้วนหน้าเชิงมิติสังคม ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้ให้และผู้ใช้บริการด้านสุขภาพ และวาทกรรมกับการสร้างความเป็นผู้ให้และผู้ใช้บริการด้านสุขภาพ ซึ่งพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้ใช้บริการเป็นไปในลักษณะของการใช้อำนาจของผู้ที่มีฐานะทางสังคมดีกว่า จึงทำให้เป็นผู้ที่มีการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจในการดำเนินการทางด้านสุขภาพโดยใช้ความคิดของตนเป็นหลักแต่เพียงผู้เดียวมากกว่าการฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการ&#13;
ในฐานะผู้ให้บริการจึงควรมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานและการแสดงบทบาทที่ควรกระทำในการดูแลสุขภาพผู้ใช้บริการในลักษณะของการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ให้และผู้ใช้บริการเป็นแนวคิดหลักสำหรับงานสาธารณสุขยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการในฐานะผู้เอื้ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้บริการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการดูแลสุขภาพ และผู้ใช้บริการฐานะเจ้าของปัญหาในระดับบุคคล ครอบครัว กลุ่มคนหรือชุมชน ที่มีความเข้าใจในบริบทต่างๆ เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว และกลุ่มหรือชุมชนของตนเองเป็นอย่างดี; The relationship between concepts of health care provider and client should have balanced in each idea concept. These concepts are participation in health self-care composed of problem analysis, planning, implementation and evaluating cooperation. However, these things or processes are not appearances until in the present. Moreover, these inequity between provider and client have remained appearance. From reviewing relevant literature of causation of problem found that the their relationship are authority between person have high social opportunity and have low social opportunity. Their activities in self-care have identified by person have high social opportunity, whereas person have low social opportunity have practiced self-care dependent on person have high social opportunity.&#13;
Therefore, we should review and adapt the concept in together working, it is concept that focus on the participation between provider and client in the health. This new concept is practices to roles of each persons compose of health care provider is support for health care and client is participation in all steps on self-care for health, since they are problems own.
</summary>
<dc:date>2009-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>เพศสัมพันธ์ในผู้สูงอายุ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5882" rel="alternate"/>
<author>
<name>ชนิกา เจริญจิตต์กุล</name>
</author>
<author>
<name>Chanika Jaroenjitkul</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5882</id>
<updated>2026-07-19T05:58:37Z</updated>
<published>2011-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">เพศสัมพันธ์ในผู้สูงอายุ
ชนิกา เจริญจิตต์กุล; Chanika Jaroenjitkul
เพศสัมพันธ์เป็นวิถีแห่งธรรมชาติ และเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัวอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งเป็นวัยที่ระบบการทำงานของร่างกายถดถอย ทำให้เกิดปัญหาความไม่ลงตัวในเรื่องเพศสัมพันธ์กับคู่ชีวิต ร่วมกับผู้สูงอายุส่วนมาก อายที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ ไม่กล้าขอคำปรึกษา ดังนั้นเป้าหมายของบทความนี้ เพื่อให้พยาบาลหรือบุคลากรทีมสุขภาพให้ความสนในและมีแนวทางปฏิบัติ เพื่อทำความเข้าใจต่อปัญหาทางด้านเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ โดยการประเมินปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการแสดงออกด้านเพศสัมพันธ์ในผู้สูงอายุ การจัดการกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางเพศ จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีและผู้สูงอายุที่เจ็บป่ วยด้วยโรคเรื้อรังสามารถมีกิจกรรมทางเพศได้อย่างเหมาะสม โดยเน้นในบทบาทการให้ความรู้ การเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งการให้ความรู้และคำปรึกษาเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้สูงอายุเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดความพึงพอใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี; Attitudes of many people to sexually in older adults are not mentioned. Truly, sexually is a natural part of life and affects the happiness and unhappiness of a person. In addition, it is more important to family relationships, especially in the case of and older adult who is deteriorating may be coping with many problems, such as imbalance in sexuality between the couple, and is shy to consult about this problem. Therefore, multidisciplinary teams should be interested in and aware of sexual problems in older adults by asking with health history and sexuality assessment. Beside this way, proper health education with sexuality in older clients will help them to be more confident, satisfied, and have a good attitude towards themselves. These guidelines affect their good physical and mental. Moreover, they will lead to a good quality of life in older adults.
</summary>
<dc:date>2011-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การพัฒนาระบบเกษตรทางเลือก : กรณีศึกษาตำบลสุขภาวะภาคกลาง</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5880" rel="alternate"/>
<author>
<name>วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย</name>
</author>
<author>
<name>Vanida Durongrittichai</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5880</id>
<updated>2026-07-19T05:49:58Z</updated>
<published>2011-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การพัฒนาระบบเกษตรทางเลือก : กรณีศึกษาตำบลสุขภาวะภาคกลาง
วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย; Vanida Durongrittichai
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์บริบท กระบวนการพัฒนา และผลผลิต/ผลลัพธ์ของระบบเกษตรทางเลือกในพื้นที่ตำบลสุขภาวะภาคกลาง 2) สังเคราะห์องค์ความรู้สำค้ญเกี่ยวกับระบบเกษตรทางเลือก ในพื้นที่ตำบลสุขภาวะภาคกลาง 3) สร้างข้อเสนอแนะในการพัฒนาชุมชนและตำบลให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรทางเลือก โดยศึกษาจากพื้นที่ที่มีการพัฒนาระบบเกษตรทางเลือกตำบลสุขภาวะภาคกลาง 20 กรณี วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา&#13;
ผลการศึกษาพบว่า บริบทของการนำมาสู่การพัฒนาเกษตรทางเลือก ได้แก่ โครงสร้างทางกายภาพ ประชากร เศรษฐกิจและสังคมเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม กระบวนการพัฒนาระบบเกษตรทางเลือก แบ่งเป็น 5 ระยะ คือ ระยะเริ่มต้น จุดนำการพัฒนาเกิดจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากเกษตรเชิงเดี่ยว ระยะก่อร้างสร้างระบบ ผู้นำชุมชนหรือผู้นำธรรมชาติผลักดันเกษตรทางเลือกให้เป็นรูปธรรมและหวังเพียงลดรายจ่ายในครัวเรือน ระยะวางรูปแบบการทำงาน มีการรวมตัวกันของเกษตรกรเป็นกลุ่มเล็กในรูปคณะทำงานหรือสหกรณ์ ระยะรูปแบบการทำงานมีความชัดเจน เกษตรกรขยายการดำเนินกิจกรรมที่ใช้เกษตรทางเลือกแบบครบวงจร ผลผลิต/ผลลัพธ์ของการดำเนินการเกษตร เกษตรกรมีการบริหารจัดการเกษตรทางเลือกแบบครบวงจร ผลผลิต/ผลลัพธ์ของการดำเนินการเกษตรทางเลือก คือ การใช้วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ยึดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ เกิดปราชญ์ชาวบ้าน/ต้นแบบ/แกนนำเป็นแหล่งเรียนรู้ เสริมหนุนการพัฒนาตำบลสุขภาวะ เกิดกลุ่มกิจกรรมที่หลากหลาย มีผลดีต่อสุขภาพ ช่วยพัฒนาความยั่งยืนของระบบนิเวศน์ในพื้นที่ เงื่อนไขและปัจจัยสำเร็จ คือ การเห็นพ้องต้องกันว่า เกษตรเชิงเดี่ยวเป็นปัญหาร่วมที่ต้องแก้ไข การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ความเข้มแข็งของผู้นำและแกนนำชุมชน การผลักดันของครอบครัว การมีเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน การมีทรัพยากรด้านเกษตรเป็นทุนเดิม การใช้การสื่อสารหลายรูปแบบ การประสานร่วมมือระหว่างหน่วยงานเสริมหนุนและชุมชน องค์ความรู้สำคัญที่ได้ คือ รูปแบบของกระบวนการพัฒนาเกษตรทางเลือก ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยลบที่นำมาซึ่งการพัฒนาทางเลือก เป้าหมายการพัฒนา ทุนที่เกี่ยวข้อง เงือนไข/ปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยอุปสรรค ข้อเสนอแนะ คือ ขยายผลการพัฒนาเกษตรทางเลือกในตำบลที่มีโครงสร้างกายภาพ ประชากร เศรษฐกิจและสังคมเหมาะสม ภาครัฐจัดดให้มีศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรทางเลือกของชุมชน อบต. วิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลลัพธ์เฉพาะพื้นที่ที่ชัดเจน พัฒนาระบบสารสนเทศของตำบลกำหนดให้เกษตรทางเลือกอยู่ในแผนพัฒนาตำบล กำกับ ตรวจสอบการพัฒนาเกษตรทางเลือกระดับชุมชนด้วยแนวปฏิบัติ สร้างระบบสนับสนุนการพัฒนาเกษตรทางเลือกที่ชัดเจน และผลักดันให้ตำบลที่พัฒนาเกษตรทางเลือกใช้กระบวนการมีส่วนร่วม
</summary>
<dc:date>2011-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
