<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>College Of Chinese Studies - Research Reports</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/50" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/50</id>
<updated>2026-04-13T15:24:08Z</updated>
<dc:date>2026-04-13T15:24:08Z</dc:date>
<entry>
<title>ความเชื่อทางศาสนาพุทธมหายานและศาสนาเต๋าของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสมุทรปราการ : มุมมองจากโรงเจ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/3490" rel="alternate"/>
<author>
<name>พรพรรณ จันทโรนานนท์</name>
</author>
<author>
<name>พัชรินรุจา จันทโรนานนท์</name>
</author>
<author>
<name>Pornpan Juntaronanon</name>
</author>
<author>
<name>Patcharinruja Jantaronanont</name>
</author>
<author>
<name>刘丽芳</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/3490</id>
<updated>2026-03-02T05:03:00Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ความเชื่อทางศาสนาพุทธมหายานและศาสนาเต๋าของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสมุทรปราการ : มุมมองจากโรงเจ
พรพรรณ จันทโรนานนท์; พัชรินรุจา จันทโรนานนท์; Pornpan Juntaronanon; Patcharinruja Jantaronanont; 刘丽芳
จังหวัดสมุทรปราการเป็นเมืองสําคัญที่ตั้งอยู่ปากน้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองที่มีบทบาททางด้านเศรษฐกิจ มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นที่จอดแวะพักขนถ่ายสินค้าของเรือที่จะเข้าไปทําการค้าในพระนครศรีอยุธยาและบางกอก เมืองนี้จึงเป็นเมืองสําคัญยิ่งและมีความเจริญตั้งแต่ก่อนที่ปากน้ำจะตั้งเป็นจังหวัดสมุทรปราการชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ปากน้ําในยุคเก่าทําให้ปากน้ำกลายเป็นเมืองจีนขนาดเล็กในตําบลปากน้ำ รวม 3 แห่ง ส่วนอําเภอต่างๆของจังหวัดที่เป็นชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่ก็จะมีโรงเจหรือศาลเจ้าเป็นศูนย์กลางของชุมชน ความเชื่อทางศาสนาของชาวจีนในไทยล้วนรับมาแต่บ้านเกิดที่ตนอาศัยอยู่ก่อน เมื่ออพยพมาอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการความเชื่อเหล่านั้นจึงปรากฏอย่างชัดเจน โดยแหล่งชุมชนชาวจีนทุกแห่งจะมีโรงเจ หรือศาลเจ้าตั้งอยู่และความเชื่อทางศาสนานั้น แม้จะเป็นความเชื่อแบบ “ซานเจี้ยว” (三教) (หมายถึงศาสนาที่เกิดขึ้นจากการรวมกันของศาสนาพุทธมหายาน ศาสนาเต๋าและศาสนาขงจื่อ) ที่เริ่มต้นมา ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนและเผยแผ่ออกสู่ดินแดนทางใต้ของจีนในสมัยต่อมาจนส่งผลต่อชาวจีนอพยพแต่โรงเจและศาลเจ้าในสมุทรปราการนั้น หากพิจารณาจากรูปเคารพแล้ว มิได้แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อแบบ “ซานเจี้ยว” อย่างชัดเจนเพียงอย่างเดียว เพราะบางแห่งมีการรวมความเชื่อพื้นถิ่นเข้าไปด้วยแต่การปฏิบัติด้านพิธีกรรมทางศาสนาของโรงเจและศาลเจ้า ส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเป็นความเชื่อแบบผสมผสานที่เรียกว่าแบบ “ซานเจี้ยว” คือมีการผสมปนกันระหว่างศาสนาขงจื่อพุทธศาสนามหายานกับศาสนาเต๋า แต่ยังมีโรงเจที่สร้างขึ้นจากคติความเชื่อทางศาสนาพุทธมหายานอย่างแท้จริงและศาสนาเต๋าผสมกับศาสนาพุทธมหายานบ้าง; Samutprakarn is an important city situated on the delta of Chaopraya River. It was of great economic importance since ancient time because it served as a resting spot for shipsto transport their goods to sell in Ayutthaya and Bangkok. Therefore, this city was very important and highly developed even before it was made into Samutprakarn province. Many Chinese people who made Paknam their home back in the days created a total of 3 small Chinese cities in Paknam sub district. As for Chinese communities in other districts in the province, the Chinese vegetarian hall or shrine would act as the centers of the communities. Religious beliefs of Chinese people in Thailand were brought over from their homeland. When they moved to Samutprakarn, those beliefs were clearly displayed by having Chinese vegetarian halls or shrines in every community. As for their religious belief, even if it was the “San jiao”(三教)style (meaning a mixture of Buddhism, Taoism and Confucianism) which started during the Yuan dynasty and later spread to the southern region of China and thus had an effect on Chinese diaspora, the Chinese vegetarian halls and shrines in Samutprakarn did not display a clear “San jiao”style if the worship statues were taken into account , because some vegetarian halls are mixed with Thai belief .Rather, religious practices of the Chinese vegetarian halls and shrines showed that no Chinese vegetarian hall was strictly following the “San jiao”, but there are some vegetarian halls following Mahayana Buddhism and some is mixed with Taoism.
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักศึกษาในการฝึกสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาจีน คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/3481" rel="alternate"/>
<author>
<name>สายฝน วรรณสินธพ</name>
</author>
<author>
<name>Saiphon Wunnasinthop</name>
</author>
<author>
<name>张曼倩</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/3481</id>
<updated>2025-01-07T13:56:05Z</updated>
<published>2019-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักศึกษาในการฝึกสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาจีน คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
สายฝน วรรณสินธพ; Saiphon Wunnasinthop; 张曼倩
การศึกษาวิจัยเรื่อง ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักศึกษาในการฝึกสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาจีนในการฝึกสหกิจศึกษา ระดับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อประสิทธิภาพการฝึกสหกิจศึกษา เปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการฝึกสหกิจศึกษาของพนักงานที่ปรึกษากับนักศึกษาและปัญหาอุปสรรคข้อเสนอแนะในการฝึกสหกิจของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาชั้นปี 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียติ ที่เข้ารับการฝึกสหกิจศึกษา จำนวน 20 คน และพนักงานที่ปรึกษา (พี่เลี้ยง) ของสถานประกอบการที่รับนักศึกษาฝึกสหกิจ จำนวน 10 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) ซึ่งแบ่งหัวข้อการสัมภาษณ์ออกเป็น 4 ด้านคือ ด้านสมรรถนะในการทำงาน ด้านสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ด้านประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และด้านสหกิจศึกษาผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายใน ได้แก่ ความรู้ในการปฏิบัติงาน ทักษะในการปฏิบัติงาน และคุณลักษณะส่วนบุคคล และภายนอก ได้แก่ บรรยากาศในการทำงาน ความคาดหวังในผลประโยชน์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับผู้บังคับบัญชา  และด้านความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับเพื่อนร่วมงาน จะมีผลต่อประสิทธิภาพในด้านของปริมาณงาน ที่ได้ผลงานเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด คุณภาพของงานที่ถูกต้อง รวดเร็วและสมบูรณ์ และผลผลิตที่คุ้มค่าคุ้มทุนในช่วงระยะเวลาหนึ่งของการฝึกสหกิจของนักศึกษา จากการสัมภาษณ์พนักงานที่ปรึกษา (พี่เลี้ยง) ซึ่งเป็นผู้แทนของสถานประกอบการ/องค์กร และนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พบว่า ปัจจัยภายในซึ่งเป็นสมรรถนะในการทำงาน ประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะส่วนบุคคลของนักศึกษาสหกิจศึกษาที่มีต่อประสิทธิภาพการฝึกสหกิจศึกษา ทั้ง 2 กลุ่มมีความคิดเห็้นไม่แตกต่างกัน สำหรับปัจจัยภายนอกซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย บรรยากาศในการปฏิบัติงาน ความคาดหวังในผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับเพื่อนร่วมงาน ที่มีต่อประสิทธิภาพการฝึกสหกิจศึกษา ทั้ง 2 กลุ่มมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ในการนี้ ปัญหาอุปสรรคของนักศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นด้านการเดินทาง ที่พัก การใช้ศัพท์เทคนิคเฉพาะ (ทางการแพทย์) และความรู้ภาษาอังกฤษ ข้อเสนอแนะในการฝึกสหกิจของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน ก็คือ ศูนย์สหกิจศึกษาควรทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) กับทุกสถานประกอบการ และจัดให้มีการอบรมภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในเรื่องของการสนทนาสื่อสาร การประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ฝึกสหกิจศึกษา เป็นต้น; The qualitative studdy on the work efficiency of the apprentice Chinese students in the Cooperative Education, Faculty of Chinese Language and Culture aimed to 1) study the efficacy of students in copperative education, including internal and external factors affecting the cooperative education performance of supervisors and students, 2) compare factors affecting the cooperative education performance of the supervisors and students, and 3) study the problemd and suggestions on the cooperative education from the interview of 20 Chinese students and 10 supervisors. The instrument used in this study was in-depth structural interview which concluded 4 aspects working competency, working environment, working efficiency, and cooperative education. The results showed that the internal factors were about knowlegde skills, operational skills, and personal attributed. The external factors were working atmosphere and expectation of benefits. For the relationship between the supervisors and students and colleagues and students, they had effects on the quality and productivity of the work on timeline with accuracy and completeness during their practicum. The supervisors and Chinese major students revealed that the internal factors were knowledge skills, operational skills, and personal attributes affected their working efficiency. The external factors of working environment included working atmosphere, expectation of benefits, the students and supervisor relationship, and the students and colleague relationship also affected the effectiveness of cooperative education. The problems and obstacles were mainly about living far from the workplace, using technical terms in their work, and communication in English. Recommendations for Chinese students were to sign MOU with the workplaces, provide workshops in English communication, and prepare students before going out for cooperative education.
</summary>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศ ระดับอาชีวศึกษา</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2975" rel="alternate"/>
<author>
<name>วิภาวรรณ สุนทรจามร</name>
</author>
<author>
<name>หทัย แซ่เจี่ย</name>
</author>
<author>
<name>ภูวกร ฉัตรบำรุงสุข</name>
</author>
<author>
<name>กำพล ปิยะศิริกุล</name>
</author>
<author>
<name>นริศ วศินานนท์</name>
</author>
<author>
<name>กนกพร ศรีญาณลักษณ์</name>
</author>
<author>
<name>Wipawan Sundarajamara</name>
</author>
<author>
<name>Hatai Jia</name>
</author>
<author>
<name>Puwakorn Chatbumrungsuk</name>
</author>
<author>
<name>Kampol Piyasirikul</name>
</author>
<author>
<name>Naris Wasinanon</name>
</author>
<author>
<name>Kanokporn Sriyanalug</name>
</author>
<author>
<name>何福祥</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2975</id>
<updated>2024-10-06T05:16:45Z</updated>
<published>2016-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศ ระดับอาชีวศึกษา
วิภาวรรณ สุนทรจามร; หทัย แซ่เจี่ย; ภูวกร ฉัตรบำรุงสุข; กำพล ปิยะศิริกุล; นริศ วศินานนท์; กนกพร ศรีญาณลักษณ์; Wipawan Sundarajamara; Hatai Jia; Puwakorn Chatbumrungsuk; Kampol Piyasirikul; Naris Wasinanon; Kanokporn Sriyanalug; 何福祥
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการพัฒนาระบบการเรียนการสอนภาษาจีนระดับอาชีวศึกษาในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยการบริหารจัดการ หลักสูตร สื่อการเรียนการสอน ผู้สอน ผู้เรียน และความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น รวมถึงปัญหาความเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับอื่น เพื่อเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับอาชีวศึกษาในประเทศไทย ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้การสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ละเอียด และใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด(ใช้ข้อมูลปีการศึกษา 2557 เป็นหลัก) กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชนที่สอนภาษาจีนในประเทศไทย มีสถานศึกษาตอบแบบสอบถามจำนวน 85 แห่ง ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากนั้นวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล สุดท้ายเรียบเรียงออกมาเป็นผลการวิจัย&#13;
&#13;
ผลการวิจัย พบว่า ในด้านการบริหารจัดการ สถานศึกษาให้ความสำคัญกับการวางแผนมากที่สุดแต่กลับนำผลประเมินมาปรับปรุงในปีต่อไปน้อยลง แต่จากข้อมูลเรื่องปัญหาด้านการบริหารจัดการการเรียนการสอนภาษาจีนจะเห็นว่า ในความเป็นจริงแล้วสถานศึกษายังขาดระบบในการบริหารจัดการที่ดี ในด้านหลักสูตร สถานศึกษาเปิดรายวิชาภาษาจีนตามหลักสูตรที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำหนดทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีสถานศึกษาหลายแห่งเปิดรายวิชาภาษาจีนในระดับที่สูงขึ้นด้วยปัญหาหลักที่พบ คือความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับอื่น ในด้านสื่อการเรียนการสอน ปัจจุบันสถานศึกษาเลือกใช้หนังสือเรียนภาษาจีนอย่างหลากหลาย มีทั้งหนังสือของประเทศจีน และหนังสือที่เรียบเรียงโดยอาจารย์ชาวไทยเอง ทั้งนี้ เนื่องมาจาก สอศ. ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ากำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งใช้หนังสือเรียนภาษาจีนเล่มใดโดยเฉพาะ นอกจากนั้น สถานศึกษายังขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ในด้านผู้สอน สถาบันอาชีวศึกษาส่วนใหญ่ยังพึ่งพาครูอาสาสมัครจีนส่วนครูสัญชาติไทยอยู่ในลำดับที่สอง ที่เหลือคือครูสัญชาติจีนที่สถานศึกษาจัดหาเอง ครู/อาจารย์พิเศษและครูสัญชาติอื่น ในบรรดาครูสอนภาษาจีนทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาด้านภาษาจีน มีครูสอนภาษาจีนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาด้านภาษาจีน ในด้านผู้เรียน พบว่า ปัญหาด้านผู้เรียนที่สำคัญที่สุดคือผู้เรียนขาดสภาพแวดล้อมทางภาษาจีน ดังนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนภาษาจีนในสถานศึกษาให้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เน้นการฝึกทักษะและปฏิบัติจริงสามารถช่วยสร้างสภาพแวดล้อมนี้ได้ ในด้านความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น สถานศึกษายังขาดความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น และกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยยังขาดความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาของประเทศจีน ในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนที่เป็นรูปธรรม
สามารถเข้าถึงรายงานฉบับเต็ม (Full text) ได้ที่ :&#13;
http://www.thaiedresearch.org/home/paperview/29/?
</summary>
<dc:date>2016-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>กรณีศึกษาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับอุดมศึกษาให้แก่ชาวต่างชาติของมหาวิทยาลัยในปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2974" rel="alternate"/>
<author>
<name>วิภาวรรณ สุนทรจามร</name>
</author>
<author>
<name>หทัย แซ่เจี่ย</name>
</author>
<author>
<name>ภูวกร ฉัตรบำรุงสุข</name>
</author>
<author>
<name>กำพล ปิยะศิริกุล</name>
</author>
<author>
<name>นริศ วศินานนท์</name>
</author>
<author>
<name>กนกพร ศรีญาณลักษณ์</name>
</author>
<author>
<name>Wipawan Sundarajamara</name>
</author>
<author>
<name>Hatai Jia</name>
</author>
<author>
<name>Puwakorn Chatbumrungsuk</name>
</author>
<author>
<name>Kampol Piyasirikul</name>
</author>
<author>
<name>Naris Wasinanon</name>
</author>
<author>
<name>Kanokporn Sriyanalug</name>
</author>
<author>
<name>何福祥</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/2974</id>
<updated>2024-10-06T05:15:54Z</updated>
<published>2016-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">กรณีศึกษาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับอุดมศึกษาให้แก่ชาวต่างชาติของมหาวิทยาลัยในปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
วิภาวรรณ สุนทรจามร; หทัย แซ่เจี่ย; ภูวกร ฉัตรบำรุงสุข; กำพล ปิยะศิริกุล; นริศ วศินานนท์; กนกพร ศรีญาณลักษณ์; Wipawan Sundarajamara; Hatai Jia; Puwakorn Chatbumrungsuk; Kampol Piyasirikul; Naris Wasinanon; Kanokporn Sriyanalug; 何福祥
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของกระบวนการในการจัดการเรียน การสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศ ให้กับชาวต่างชาติในระดับอุดมศึกษาของจีน ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยโดยการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลในส่วนของกรณีศึกษาเพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดี สำหรับการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน (Best Practice) ที่คณะวิชาการเรียนการสอนภาษาจีนใน ฐานะภาษาต่างประเทศ (School of Chinese as a Second Language) มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการเข้าสังเกตการณ์การสอนในห้องเรียน รวมทั้งใช้วิธีการสัมภาษณ์บุคคล ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังใช้การศึกษาข้อมูลจากเอกสารในส่วนของการศึกษาประวัติความเป็นมา นโยบายและยุทธศาสตร์ของการเรียนการสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศของจีน กรณีศึกษาของแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนให้กับชาวต่างชาติในฐานะ ภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งในงานวิจัยฉบับนี้ เป็นการเน้นศึกษากระบวนการจัดระบบ การสอนในห้องเรียน สำหรับรายวิชาที่เป็นข้อมูลและกรอบในการศึกษาวิเคราะห์ จะเป็นรายวิชาในกลุ่ม วิชาภาษาจีนทักษะรวม วิชาเกี่ยวกับความรู้ภาษาจีนในด้านไวยากรณ์ และวิชาจีนปริทัศน์ ซึ่งเป็น รายวิชาที่เน้นความรู้ทางด้านสังคมและวัฒนธรรมจีน ผลจากการศึกษาวิเคราะห์การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มรายวิชาบังคับทักษะรวมนี้ พบว่า ผู้สอนใช้แนวคิดในการจัดรูปแบบการสอนในเชิงปฏิสัมพันธ์เป็นหลัก สำหรับการจัดการเรียนการสอนใน รายวิชาเกี่ยวกับความรู้เฉพาะด้าน เช่น วิชาไวยากรณ์จีน และวิชาที่เกี่ยวกับความรู้ทางสังคมและ วัฒนธรรมจีน เช่น วิชาจีนปริทัศน์ แนวทางการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนที่โดดเด่นที่สุดก็คือ การนำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเชิงประสบการณ์มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียน การสอนในห้องเรียน งานวิจัยฉบับนี้ พบว่า การที่หลักสูตรการเรียนการสอนของคณะวิชาการเรียนการสอนภาษาจีน ในฐานะภาษาต่างประเทศ (School of Chinese as a Second Language) ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนการสอนจนเป็นที่ประจักษ์ ไม่ได้เกิดจากเฉพาะกระบวนการสอนที่ดีมี ประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างของระบบการบริหารจัดการทั้งกระบวนการ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการ โดยเริ่มตั้งแต่สถาบันการศึกษานั้นๆ จะ ต้องมีการกำหนดแผนแม่แบบของการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศ นอกจาก จะมีแผนแม่บทแล้ว ยังต้องกำหนดและออกแบบกระบวนการของการเรียนการสอนให้มีความเชื่อมโยง กับกระบวนการอื่นๆ ของระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติอีกด้วย ข้อมูลและแนวคิดจากกรณีศึกษาของงานวิจัยนี้ จัดทำขึ้นเพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ และเพื่อ เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาระบบการเรียนการสอนภาษาจีนของประเทศไทย ให้มี คุณภาพ สามารถผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านภาษาจีน เพื่อรองรับภารกิจในตลาด แรงงาน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต
สามารถเข้าถึงรายงานวิจัยฉบับเต็ม (Full text) ได้ที่:&#13;
http://www.thaiedresearch.org/home/paperview/32/?paperid=32
</summary>
<dc:date>2016-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
