<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>คณะกายภาพบำบัด</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/7" rel="alternate"/>
<subtitle>คณะกายภาพบำบัด /Faculty of Physical Therapy</subtitle>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/7</id>
<updated>2026-06-18T22:27:05Z</updated>
<dc:date>2026-06-18T22:27:05Z</dc:date>
<entry>
<title>ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5646" rel="alternate"/>
<author>
<name>ดวงพร เบญจนราสุทธิ์</name>
</author>
<author>
<name>Duangporn Benjanarasoot</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5646</id>
<updated>2026-06-13T20:02:00Z</updated>
<published>2004-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว
ดวงพร เบญจนราสุทธิ์; Duangporn Benjanarasoot
คุณลักษณะพื้นฐานอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์คือ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบที่สำคัญต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ได้แก่ ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของข้อต่อและการเคลื่อนที่ส่วนของร่างกายในอากาศ กลับเข้าสู่ศูนย์ประสาทส่วนกลางเพื่อควบคุมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ยินยอมให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงและแม่นยำ การเปลี่ยนแปลงปริมาณสัญญาป้อนกลับของความรู้สึกของการเคลื่อนไหว จะทำให้ความสามารถในการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลงด้วย อายุ ความสามารถในการทำงานของกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ รวมทั้งการสวมใส่อุปกรณ์ประคองข้อต่อ เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของความรู้สึกของการเคลื่อนไหว การออกกำลังกายเป็นประจำทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  ดังนั้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการสวมใส่อุปกรณ์ประคองข้อต่อ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือเนื้อเยื่อที่มีตัวรับความรู้สึกเชิงกล
</summary>
<dc:date>2004-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รองเท้าส้นสูงกับท่าทางในชีวิตประจำวัน</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5629" rel="alternate"/>
<author>
<name>ลลิดา โรจนธรรมณี</name>
</author>
<author>
<name>Lalida Rojanathammanee</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5629</id>
<updated>2026-06-13T20:00:55Z</updated>
<published>2004-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รองเท้าส้นสูงกับท่าทางในชีวิตประจำวัน
ลลิดา โรจนธรรมณี; Lalida Rojanathammanee
ท่าทางของแต่ละบุคคลจะดูดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของร่างกายที่ปกติ และส่วนต่างๆ ของร่างกายมีความสัมพันธ์กัน รองเท้าที่สวมใส่ทุกวันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดท่าทางที่ไม่ดี โดยเฉพาะถ้าอย่างยิ่งรองเท้าที่สวมใส่นั้น ไม่พอเหมาะกับเท้า  หรือรองเท้าส้นสูงเกินไป เนื่องจากการสวมรองเท้าส้นสูงมากๆ ทำให้สมดุลของร่างกายเปลี่ยนแปลง ร่างกายต้องปรับแนวต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อให้ร่างกายทรงท่าอยู่ได้ ท่าทางที่มักปรากฏในผู้ที่สวมรองเท้าสูงมากเกินไป คือ ขณะยืนข้อเท้าอยู่ในท่าเหยียดปลายเท้าลง ข้อเข่าและข้อตะโพกงอ กระดูกสันหลังส่วนเอวแอ่นมากกว่าปกติ ซึ่งท่าทางเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดู ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และอื่นๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันความผิดปกติที่จะเกิดกับโครงสร้างและท่าทางของร่างกาย ความสูงของรองเท้าที่สวมเป็นประจำต้องพอเหมาะ สวมแล้วกระชับและพอดีกับเท้า
</summary>
<dc:date>2004-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>แนวทางฟื้นฟูสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5580" rel="alternate"/>
<author>
<name>เสาวณีย์ วรวุฒางกูร</name>
</author>
<author>
<name>ดารกา ชีวชุติรุ่งเรือง</name>
</author>
<author>
<name>วิมล โรจนวานิชกิจ</name>
</author>
<author>
<name>ขวัญตา ชินวัฒนชัย</name>
</author>
<author>
<name>นัฎฐา ติตถะสิริ</name>
</author>
<author>
<name>Saowanee Woravutrangkul</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5580</id>
<updated>2026-06-06T20:01:53Z</updated>
<published>2000-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">แนวทางฟื้นฟูสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด
เสาวณีย์ วรวุฒางกูร; ดารกา ชีวชุติรุ่งเรือง; วิมล โรจนวานิชกิจ; ขวัญตา ชินวัฒนชัย; นัฎฐา ติตถะสิริ; Saowanee Woravutrangkul
สารบัญ: ข้อบ่งชี้ทั่วไปของการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง – องค์ประกอบที่สำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด – วัตถุประสงค์ของการรักษาฟื้นฟูทางกายกาพบำบัด – ขั้นตอนการรักษาทางกายภาพบำบัด – การอธิบายแนวทางการรักษา และการตรวจประเมินเบื้องต้น – การบริหารการหายใจ (Breathing Control and Breathing Retraining) ร่วมกับการจัดท่าทาง (Positioning) – การบริหารทรวงอก (Chest Mobilization) – การร่อนระบายเสมหะ (Secretion Clearance) – การให้ความรู้ (Education) – การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic Exercise) – ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง – ผลการรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด
</summary>
<dc:date>2000-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ความชุกของภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุไทยในเขตรับผิดชอบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสถาบันการแพทย์ระดับตติยภูมิในระดับที่เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย จังหวัดนครนายก</title>
<link href="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5346" rel="alternate"/>
<author>
<name>สิริพิชญ์ เจริญสุขศิริ</name>
</author>
<author>
<name>สุภานัน สุทธินาค</name>
</author>
<author>
<name>เขมภัค เจริญสุขศิริ</name>
</author>
<author>
<name>Siripich Charoensuksiri</name>
</author>
<author>
<name>Supanan Suttinak</name>
</author>
<author>
<name>Khemmapak Charoensuksiri</name>
</author>
<id>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5346</id>
<updated>2026-05-10T20:03:40Z</updated>
<published>2025-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ความชุกของภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุไทยในเขตรับผิดชอบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสถาบันการแพทย์ระดับตติยภูมิในระดับที่เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย จังหวัดนครนายก
สิริพิชญ์ เจริญสุขศิริ; สุภานัน สุทธินาค; เขมภัค เจริญสุขศิริ; Siripich Charoensuksiri; Supanan Suttinak; Khemmapak Charoensuksiri
Background: Frailty is a major health issue among Thai elderly individuals. This condition increases the risk of illness and injuries from falls.&#13;
Objective: To study the prevalence of frailty among Thai elderly residing in Nakhon Nayok province.&#13;
Methods: This descriptive cross-sectional study included elderly Thai individuals residing in Nakhon Nayok province, using a purposive sampling method. The research instruments consisted of a demographic data questionnaire and the Thai version of the Simple Frailty Questionnaire. The data were analyzed using descriptive statistics.&#13;
Results: The total sample consisted of 353 volunteers aged 60-96 years, 54.94% of whom were female. The most common underlying disease was hypertension. Most participants could continue activities for more than 30 minutes, and 8.22% reported a history of falls, primarily due to slipping. The most common consequence of falling was abrasions. The prevalence of frailty in this study was found to be 9.06%, predominantly among females aged 70-79 years.&#13;
Conclusions: The study is beneficial for healthcare professionals, as they can use the information to monitor changes in frailty in their area, manage health promotion with a focus on frailty prevention, and plan health services appropriately for actual health conditions.; บทนำ : ภาวะเปราะบางเป็นปัญหาทางสุขภาพที่สําคัญของผู้สูงอายุไทย ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่ วยและการบาดเจ็บจากการหกลัม&#13;
วัตถุุประสงค์์ : เพื่อศึกษาความชุกของภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุไทย จังหวัดนครนายก&#13;
วิธีีการศึึกษา: การศึกษาวิิจั ยเชิงสำรวจภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุไทยในจังหวัดนครนายก สุ่ม กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบคัดกรองภาวะเปราะบางฉบับภาษาไทย (Thai version of the Simple Frailty Questionnaire) การวิิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติิเชิงพรรณนา&#13;
ผลการศึึกษา: กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 353 คน อายุ ระหว่าง 60-96 ปี   ร้อยละ 59.49 เป็นเพศหญิงโรคประจำตัวที่พบมากที่สุด คือ โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สามารถทํากิจกรรมต่อเนื่องได้ 30 นาที ขึ้นไป และร้อยละ 8.22 มี ประสบการณ์หกล้ม สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการลื่น ผลจากการหกล้มที่พบมากที่สุด คือ แผลถลอก ความชุกของภาวะเปราะบางของการศึกษานี้ คิดเป็นร้อยละ 9.06 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงและอยู่ในช่วงอายุ 70-79 ปี &#13;
สรุป: การศึกษานี้มีประโยชน์ต่อบุคลากรทางสาธารณสุขโดยสามารถนำข้อมูลไปใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงภาวะเปราะบางในพื้นที่จัดการส่งเสริมสุขภาพโดยเน้นการป้องกันภาวะเปราะบางและใช้วางแผนบริการทางสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับสุขภาวะจริง
สามารถเข้าถึงบทความฉบับเต็ม (Full Text) ได้ที่ :&#13;
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ramajournal/article/view/271673/187721
</summary>
<dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
