<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel rdf:about="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1346">
<title>ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/1346</link>
<description>ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ / Arts and Culture Center</description>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6249"/>
<rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5793"/>
<rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5775"/>
<rdf:li rdf:resource="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5732"/>
</rdf:Seq>
</items>
<dc:date>2026-09-11T06:37:12Z</dc:date>
</channel>
<item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6249">
<title>คู่มือนำชมนิทรรศการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6249</link>
<description>คู่มือนำชมนิทรรศการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม; Huachiew Chalermprakiet University. Arts and Culture Center
ประกอบด้วยนิทรรศการ 3 ส่วน 1. นิทรรศการ พระบรมโพธิสมภาร (แสดง ณ อาคารชั้น 2 ด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือ) มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ ในส่วนนี้ จึงมีพระบรมรูปครึ่งพระวรกายในฉลองพระองค์ครุยประดิษฐอยู่ด้วย 2. นิทรรศการ ประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (แสดง ณ อาคารชั้น 2 ด้านทิศตะวันออก) มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติและจริยาวัตรของหลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ ทั้งในด้านการซ่อมสร้างถนน สะพากเก็บศพไร้ญาาติ ฯลฯล และต่อมาได้มีการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในประเทศจีน จนต่อมาได้ขยายแนวคิด และกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ขึ้นในประเทศไทย ก่อเกิดกิจกรรมหลากรูปแบบที่เป็นสาธารณะประโยชน์แก่สังคมไทย จนมาถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน นิทรรศการส่วนนี้นอกจากจะประดิษฐานรูปภาพขนาดใหญ่ของหลวงปู่ไต้ฮงโจวซือแล้ว จะได้ติดตั้งรูปปั้นผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์สนับสนุนมหาวิทยลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยด้วย  3. นิทรรศการ แสดงความสัมพันธ์ไทย-จีน (แสดง ณ บริเวณชั้นล่างของอาคาร) มีสาระเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้านต่างๆ คือ การทูต การค้า การถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิชาการ ศิลปกรรม ศาสนา และส่วนสุดท้าย คือ ภาพชุดสังคมจีน-ไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ซึ่งเป็นภาพถ่ายเก่าทั้งชุด ที่หาดูได้ยาก
นิทรรศการพระบรมโพธิสมภาร รศ. ธงทอง จันทรางศุ ให้แนวคิด อาจารย์จรรมนง แสงวิเชียร และบริษัท มิกซ์แทรค จำกัด อำนวยการผลิต ; นิทรรศการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้แนวคิด บริษัท ปีโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยการผลิต ; นิทรรศการความสัมพันธ์ ไทย-จีน กลุ่มนักวิชาการไทย-จีนศึกษา และศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้แนวคิด บริษัท ปีโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยการผลิต
</description>
<dc:date>1994-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5793">
<title>วัตถุทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงแค่ “สมบัติ” ของนักอนุรักษ์หรือนักสะสม</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5793</link>
<description>วัตถุทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงแค่ “สมบัติ” ของนักอนุรักษ์หรือนักสะสม
สุวนัน ขวัญทอง
</description>
<dc:date>2002-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5775">
<title>หลักฐานทางประวัติศาสตร์ : อิฐดินเผาสมัยพระเจ้าคังซี</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5775</link>
<description>หลักฐานทางประวัติศาสตร์ : อิฐดินเผาสมัยพระเจ้าคังซี
พลวัฒ ประพัฒน์ทอง; สุวนัน ขวัญทอง; Pollavat Prapattong
บทความทางวิชาการเรื่อง “หลักฐานทางประวัติศาสตร์ : อิฐดินเผาสมัยพระเจ้าคังซี” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเหตุการณ์ในอดีตจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือโบราณวัตถุ คือ อิฐดินเผาที่ค้นพบ ณ วัดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดตาก โดยสันนิษฐานว่า อิฐดินเผาสมัยพระเจ้าคังซี อาจเป็นหลักฐานโบราณวัตถุสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งวัตถุชิ้นนี้ได้มาจากสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่อาจจะมีความเจริญรุ่งเรืองในอดีตมาก่อน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่อาจจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอิฐดินเผา คือ เหตุการณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่ท้ายสระ ตามหลักฐานที่ปรากฏจารึกบนอิฐดินเผาว่า “รัชสมัยจักรพรรดิคังซี ปีที่ ๕๔” และ บทบาทของชาวจีนในเมืองตากสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจารึกไว้ว่า “คนแซ่เจิงเป็นผู้สร้างถวาย” น่าจะมีการผสมผสานทางวัฒนธรรม ทำให้สามารถตั้งถิ่นฐานถาวรอยู่ในเมืองตากได้อย่างราบรื่น&#13;
สำหรับแนวทางการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในแนวกว้าง เพื่อเป็นพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ให้ นักวิชาการหรือนักวิจัยที่สนใจนำไปศึกษาค้นคว้ารายละเอียดระดับลึกยิ่งขึ้น โดยพบว่า หลักฐานโบราณวัตถุอิฐดินเผาสมัยพระเจ้าคังซี และหลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษรที่ค้นพบ ยังไม่สามารถให้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้อย่างแท้จริง ในเรื่องความเป็นมาของวัดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือแม้แต่ที่มาของอิฐดินเผาว่าเป็นชิ้นส่วนใดของสิ่งก่อสร้างภายในวัดร้างแห่งนี้ แต่หลักฐานที่พบทำให้เชื่อได้ว่า มีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองตากตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีบทบาททางสังคมอย่างชัดเจนในฐานะผู้อุทิศกุศลในการสร้างหรือปฏิสังขรณ์ศาสนสถานแก่วัด ด้วยจิตเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา&#13;
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประเด็นเส้นทางการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองตากของชาวจีนในเมืองตาก อาจจะเป็นเส้นทางเดียวกับเส้นทางเดินทัพของทหาร หรือเส้นทางที่พ่อค้าเกวียนเดินทางค้าขายระหว่างเมืองอยุธยากับเมืองตากที่เรียกว่า ตาก-ระแหงหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องทำการศึกษาค้นคว้าต่อไป
</description>
<dc:date>2003-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5732">
<title>รายงานการสำรวจวัฒนธรรมชุมชนบางปลา</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5732</link>
<description>รายงานการสำรวจวัฒนธรรมชุมชนบางปลา
พลวัฒ ประพัฒน์ทอง; Pollavat Prapattong
</description>
<dc:date>1997-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</rdf:RDF>
