<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>College Of Chinese Studies - Articles Journals</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/49</link>
<description/>
<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 08:10:10 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-07-30T08:10:10Z</dc:date>
<item>
<title>การศึกษาเปรียบเทียบประเพณีดั้งเดิมของวรรณกรรมไทย-จีน กรณีศึกษา : สี่แผ่นดินใหญ่และตระกูลใหญ่ในม่านเมฆ</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5994</link>
<description>การศึกษาเปรียบเทียบประเพณีดั้งเดิมของวรรณกรรมไทย-จีน กรณีศึกษา : สี่แผ่นดินใหญ่และตระกูลใหญ่ในม่านเมฆ
韦善勇; เหวยซ่านหย่ง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิมจากนวนิยายเรื่องสี่แผ่นดิน และตระกูลใหญ่ในม่านเมฆ และวิเคราะห์คุณค่าทางวัฒนธรรมร่วมกันของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเชื่อมความสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งผลการวิจัยพบว่าขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิมของไทยและจีนนั้นมาจากปัจจัยพื้นฐานหลายอย่าง เช่น ลักษณะภูมิประเทศ การผลิต หรือลักษณะทางอากาศ เป็นต้น ผู้เขียนนวนิยายทั้งสองเรื่องได้ใช้ลักษณะเด่นที่เป็นปัจจัยแวดล้อมทางสังคมเหล่านี้ บรรยายถึงขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีดั้งเดิมผ่านนวนิยายทั้งสองเรื่องได้อย่างน่าสนใจ; 本论文以《四朝代》和《京华烟云》为例,运用比较文学的方法,比较研究泰、中文学作品中传统习俗的异同。目的是探析泰,中文学的共同文化价值,有利于加深两国的文化交流。研究表明,地理、物质生产、气候等条件是决定文学作品中人们传统习俗形成的基础,作家不同的文化背景对传统习俗的书写起决定性的作用。
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2013 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5994</guid>
<dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การวิเคราะห์ศิลปะและแนวคิดจากนวนิยายเรื่องแลไปข้างหน้าของศรีบูรพา  เป็นภาษาจีน</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5993</link>
<description>การวิเคราะห์ศิลปะและแนวคิดจากนวนิยายเรื่องแลไปข้างหน้าของศรีบูรพา  เป็นภาษาจีน
李林松; Li Linsong
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาวิเคราะห์ผลงานของศรีบูรพา จากนวนิยายเรื่อง “แลไปข้างหน้า” โดยเริ่มจากศึกษาประวัติส่วนตัวและผลงานของนักประพันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเข้าใจถึงแนวคิด วัฒนธรรมจากผลงานวรรณกรรม ที่มีอิทธิพลทางสังคมและใช้ความหมายแฝงจากแนวคิด เพื่อค้นหาศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ประพันธ์ ศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมเพื่อเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ของสังคมไทย&#13;
จากการศึกษาวิจัยเชิงลึก ทำให้เข้าภาพลักษณ์และแนวคิดของคนรุ่นใหม่ในการลุกขึ้นสู้เพื่อเอกราชของประเทศและประชาธิปไตยของประชาชน และยังเข้าใจถึงภูมิหลังของการเกิดระบบศักดินา ภาพลักษณ์ปัญญาชน  ภาพลักณ์ของคนในแต่ละระดับชั้นและการจัดระเบียบในสังคม; 泰国现代文学发展过程中,西巫拉帕的文学主张,创作观念和价值取向国现代文学的发展产生着深远的影响。本文从作者本人的生平和文学创作入手,目的是研究作品中所体现出的思想、文化的启蒙性,以及由此而产生的社会意义。并通过所体现的思想内涵来展现作者独特的艺术表现手法以及高深的语言艺术造诣。深入的揭示出作品与泰国社会历史演变的有机联系, 深广的社会政治和文化背景。找作品之所以有着强大的生命力的根本原因。在研究方法方面,本论文将以文本为参照,展开全面系统的分析研究,做出分类和归纳,梳理出作者的创作思想。挖掘出作品的思想意义,以及由此而引发的社会意义。
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2013 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5993</guid>
<dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>วิพากษ์เรื่องสั้นขนาดสั้นของเจิ้งยั่วเซ่อ</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5992</link>
<description>วิพากษ์เรื่องสั้นขนาดสั้นของเจิ้งยั่วเซ่อ
叶文秀; อรชพร เอี้ยมสกุล
เจิ้งยั่วเซ่อ คือนักเขียนจีนโพ้นทะเลของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตบั้นปลาย ปรากฏขึ้นในแวดวงวรรณกรรมของนักเขียนจนในประเทศไทยสมัยศตวรรษที่ 20 อีกทั้งยังสร้างสรรค์ ผลงานการประพันธ์เรื่องสั้นขนาดสั้นกว่า 400 เรื่อง ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาส่งผลต่อข้อมูลในการสร้างผลงานของเขา ดังนั้น จึงทำให้เรื่องสั้นขนาดสั้นของเจิ้งยั่วเซ่อมีลักษณะที่โดดเด่นในแวดวงวรรณกรรมของนักเขียนจีนในประเทศไทย ผลงานของเขาไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องถึงเรื่องราวในประเทศจีนทั้งยังผสมผสานการดำรงชีวิตในสังคมของเมืองไทยอีกด้วย ทำให้ผลงานของเจิ้งยั่วเซ่อมีความหมายที่ลึกซึ้งและมองเห็นถึงปัญหาของแต่ละยุคสมัย&#13;
ผู้วิจัยเริ่มงานวิจัยจากประวัติส่วนตัวและผลงานของผู้ประพันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงที่มาของแนวคิดจากวรรณกรรม ซึ่งมีอิทธิพลทางสังคมและใช้ความหมายแฝงจากแนวคิดดังกล่าวเพื่อค้นหาศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ประพันธ์; 郑若瑟是一位大器晚成的泰华作家。在泰华微型小说崛起的20世纪90年代初期, 他积极参与,并相继创作了400多篇的微型小说。他坎坷的人生经历为他的小说创作提供了丰富的素材,从而使他的小说在泰华作家的作品中也独具特色。他的小说不但涉及中国内地的内容,而且融合了泰国的社会生活,因此此他的小说也具有了针砭时弊的现实主义意蕴。本文从作者本人的生平和文学创作入手,目的是研究作品中所体现出的思想的启蒙 性,以及由此而产生的社会意义。并通过所体现的思想内涵来展现作者独特的艺术表现手法以及高深的语言艺术造诣。
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2013 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5992</guid>
<dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>ศึกษาเปรียบเทียบภาพลักษณ์สตรีระหว่างสี่แผ่นดินของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช และนวนิยายเรื่องบ้านของปา จิน</title>
<link>https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5991</link>
<description>ศึกษาเปรียบเทียบภาพลักษณ์สตรีระหว่างสี่แผ่นดินของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช และนวนิยายเรื่องบ้านของปา จิน
派琳•陈碧; ไพลิน เชิญเพชร
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบนวนิยาย เรื่อง "สี่แผ่นดิน" ของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช และนวนิยายเรื่อง "บ้าน" ของปาจิน ซึ่งพบว่า วรรณกรรมทั้งสองเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมที่มีความโดดเด่นมากในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออกสมัยใหม การพรรณนานั้น ได้เห็นถึงความตกต่ำของครอบครัวสังคมศักดินา สภาพบุคคล และเรื่องราวต่างๆ ภายใต้ผลกระทบของอารยธรรมตะวันตกสมัยใหม่จากแง่มุมมนุษยธรรม นวนิยายทั้งสองเรื่องได้พรรณนาถึงสตรีจำนวนมากที่มีความคิดของตนเองที่แตกต่างจากตัวละครอื่นและมีความปรารถนาในการแสวงหาความรักที่แท้จริงและดีงาม การศึกษาครั้งนี้ ได้เปรียบเทียบตัวละครหญิงจากวรรณกรรมทั้งสองเรื่องในประเด็นต่างๆ คือ ศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย นอกจากคุณธรรมสากลที่ว่าด้วยความจริง ความดี ความงาม ที่ผู้คนล้วนต่างแสวงหากันนั้น ในวรรณกรรมทั้งสองเรื่องนี้ยังได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอย่างรุนแรงในยุคนั้น โดยพบได้ในวรรณกรรมทั้งสองเรื่องนี้ ดังเช่นความแตกต่างในบทบาททางสังคมของสตรี ความแตกต่างตามสภาพบุคคลและความแตกต่างกันในด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ซึ่งความแตกต่างกันในระบบสังคมนั้น สรุปได้ว่าบทบาทของสตรีเพศในระหว่างสองประเทศนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือบ่อเกิดมาจากมุมมองที่แตกต่างกันในผลงานการประพันธ์ของผู้ประพันธ์; 巴金克立・巴莫的《四朝代》和巴金的《家》同属于近代东方文学史上极具经典性的文艺创作。两部作品都以人道主义的立场指写了近代西方文明冲击下封建家庭的没落和各色人物情状,同时也描写了大量的女性形象。这些女性形象有独立的思想,卓尔不群的精神和&#13;
追求真挚美好爱情的强烈愿望。基于此,本文将两部作品中的女性形象纳入中泰文化比较的大视野中,从中泰两国女性家国意识、性别意识和生命史三个方面进行比较。通过比较,我们发现作品中中泰两国女性在“家”、“国”意识、性别意识和生命史中有同也有异。&#13;
其中共同性的产生除了人类对真善美等普世价值观的追求外,还在于两部作品中的女性都置身于社会转型与文化变貌剧烈发生的历史时期;而两部作品中女性家国意识、性别意识以及生命史的差异,则根源于两国不同的社会文化,封建制度不同的组织模式,两国文化&#13;
系统中女性的地位差别等,更重要的,作者在在文艺创作中不同的视野是不同的文本产生的根本性原因。
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2013 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5991</guid>
<dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
