กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5085| ชื่อเรื่อง: | ทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรที่มีผลต่อความพึงพอใจในการดำเนินธุรกิจครอบครัว : กรณีศึกษาสมาชิกชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | Attitude and Corporate Culture Influencing job Satisfaction of Working in Family Business : A Case Study Family-Owned Business in Hardware and Tools Society of Thailand |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | พวงชมพู โจนส์ Puangchompoo Jones สุธารา สันติไพศาล Sutara Santipaisarn Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration |
| คำสำคัญ: | ธุรกิจครอบครัว Family-owned business enterprises วัฒนธรรมองค์การ Corporate culture ความพอใจในการทำงาน Job satisfaction ชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย – ทัศนคติ Hardware and Tools Society of Thailand – Attitudes |
| วันที่เผยแพร่: | 2008 |
| สำนักพิมพ์: | มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ |
| บทคัดย่อ: | การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทัศนคติ และวัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อความพึงพอใจในการดำเนินธุรกิจครอบครัว พร้อมทั้งเปรียบเทียบความพึงพอใจโดยรวมในการดำเนินธุรกิจครอบครัวกับปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน ตลอดจนหาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรกับความพึงพอใจโดยรวมในการดำเนินธุรกิจครอบครัว กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ สมาชิกชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย จำนวน 153 ราย โดยใช้วิธีการทำสำมะโน (Census) ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยที่กลุ่มตัวอย่างที่เลือกจะเป็นสมาชิกในครอบครัวและดำเนินธุรกิจให้กับครอบครัวและใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ ความแตกต่างโดยใช้ค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว หาค่าทดสอบด้วยวิธี LSD และหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window Version 11.5 จากผลการวิจัย พบว่า ความคิดเห็นของผู้ที่ดำเนินธุรกิจครอบครัวเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านทัศนคติ อยู่ในระดับดี ส่วนความคิดเห็นในด้านวัฒนธรรมองค์กร และความพึงพอใจโดยรวมในการปฏิบัติงานอยู่ใน เกณฑ์ปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐาน จากการศึกษา พบว่า 1.ผู้ที่ดำเนินธุรกิจครอบครัวที่มีเพศ อายุ และ รายได้ที่ต่างกัน มีความพึงพอใจในการดำเนินธุรกิจครอบครัวแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 2. ผู้ที่ดำเนินธุรกิจครอบครัวที่มีระดับการศึกษา สถานภาพสมรส และตำแหน่งงานที่ต่างกัน มีความพึงพอใจในการดำเนินธุรกิจครอบครัวไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 3.ปัจจัยทางด้านทัศนคติ วัฒนธรรมองค์กรด้านโครงสร้างการบริหาร และ วัฒนธรรมด้านการดูแลพนักงาน มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจโดยรวมในการดำเนินธุรกิจครอบครัว อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยจะส่งผลต่อความพึงพอใจโดยรวมในการดำเนินธุรกิจครอบครัว ที่ระดับ .386 เท่า 209 เท่า และ 235 เท่า ตามลำดับ ส่วนปัจจัยทางด้านการมอบอำนาจในการ ตัดสินใจ ไม่สามารถทำนายความพึงพอใจในการดำเนินธุรกิจครอบครัวได้ สรุปผลการศึกษาดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ลักษณะทางประชากรศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ และ รายได้ต่อเดือน มีผลต่อการดำเนินธุรกิจครอบครัว ส่วนด้านทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรด้านโครงสร้างการบริหาร การดูแลพนักงาน ก็มีผลต่อการดำเนินธุรกิจครอบครัว ดังนั้น ผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อาจนำผลการศึกษาที่ได้ในครั้งนี้ มาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงเกี่ยวกับทัศนคติ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมีแรงจูงใจที่ดีขึ้นในการดำเนินธุรกิจครอบครัว และเพื่อเสริมสร้างศักยภาพองค์กรของท่าน |
| รายละเอียด: | การศึกษาอิสระ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2551 |
| URI: | https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5085 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | Business Administration - Independent Studies |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| Attitude-and-Corporate-Culture-Influencing-Job-Satisfaction-of-Working-in- Family-Business.pdf Restricted Access | 9.39 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด Request a copy |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น