กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5239| ชื่อเรื่อง: | การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการผ้าไหมสุวรรณภูมิ |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | Feasibility Study of Suwannapoom Thai Silk Investment |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | สุวพัชญ์ นาควัชระ โสภา จงบริบูรณ์ Sopa Jongboriboon Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration |
| คำสำคัญ: | ผ้าไหมไทย Silk, Thai โครงการผ้าไหมสุวรรณภูมิ Suwannapoom Thai Silk การศึกษาความเป็นไปได้ Feasibility studies อุตสาหกรรมผ้าไหม Silk industry |
| วันที่เผยแพร่: | 2004 |
| สำนักพิมพ์: | มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ |
| บทคัดย่อ: | ผู้จัดทำรายงาน ได้พิจารณาเห็นถึงความจำเป็นของการมีข้อมูลเพื่อจะได้เป็นแนวทางแก่นักลงทุน ในการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการลงทุน จึงได้ทำการศึกษา และรวบรวมข้อมูลทำการวิจัยเฉพาะเรื่อง โดยศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุน ทั้งทางด้านการบริหาร การตลาด การผลิต และการเงินของอุตสาหกรรมที่กำหนด ผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและช่องทางในการดำเนินธุรกิจผ้าไหมเพื่อรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้งเล็งเห็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ธุรกิจผ้าไหมกำลังได้รับความนิยม และได้รับการส่งเสริมจาก สื่อต่าง ๆ รวมถึงแรงผลักดันของทางรัฐบาลที่ส่งเสริมให้แต่ละท้องถิ่น นำผลิตภัณฑ์ออกมา จำหน่ายซึ่งก็ได้แก่ ผ้าไหม ซึ่งมีเกือบทุกท้องถิ่นทั่วประเทศไทย วัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการมีดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการผ้าไหมสุวรรณภูมิ เพื่อชี้ให้รัฐบาล เห็นว่าต้องมีการสนับสนุนในการสร้างโครงการผ้าไหม 2. โครงการผ้าไหมสุวรรณภูมิ สามารถช่วยให้มีการพัฒนามาสู่ประเทศและสามารถ กระจายงาน และรายได้เข้าสู่ชนบทรัฐบาลควรจะมีแผนที่จะเตรียมในเรื่องความสะดวกในการรองรับโครงการให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา 3. สำหรับเรื่องการลงทุนเพื่อทำโครงการได้แสดงให้รู้ถึงอัตราผลตอบแทนซึ่งผู้ต้องการ ลงทุนสามารถใช้เป็นแนวทางชี้แจงกับผู้สนับสนุนทางด้านการเงินกับสถาบันการเงิน 4. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพและข้อจำกัด ในการวางแผนการตลาดของ ธุรกิจผ้าไหม ผลการศึกษามีดังต่อไปนี้ 1. การศึกษาด้านการผลิตวัตถุดิบ วัตถุดิบชิ้นแรก คือ รังไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่นำมาสาวเป็นเส้นไหมแล้วจึงนำมาทอเป็นผ้าไหมการศึกษาพบว่าโรงงานสาวไหมต้องนำเข้าไข่ไหมจากต่างประเทศปีละกว่า1,000,000 บาท สาเหตุเพราะพันธุ์ไข่ไหมของไทยยังมีคุณภาพไม่ทัดเทียมต่างประเทศ สวนใหญ่แหล่งผลิตของไทย มาจากจังหวัด ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ หนองคาย 2. การศึกษาด้านการตลาด จากการศึกษาด้านการตลาดพบว่า รัฐบาลในด้านการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้ ดำเนินการติดต่อขอเพิ่มโควต้า เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิตภายในประเทศ ด้วยการค้าสิ่งทอระหว่างประเทศเป็นประจำทุกปี ซึ่งทำให้ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ของผ้าไหมส่งออกได้กว้างขวางเพื่อให้ได้มาตรฐาน รัฐบาลได้ประกาศเรื่องมาตรฐานผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์ไหมเพื่อเป็นมาตรฐาน และเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมก็ได้รับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์ และมีการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ก็คือ บริษัทจะเน้นสินค้าเป็นไหมไทยทอมือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ได้แก่ รูปสตรีสวมใส่ผ้าไหม โดยมีจุดยืนของสินค้าคือเน้นความแปลกใหม่สวยสะดุดตาสีสันทันสมัย และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น 3. การศึกษาด้านการเงิน ความต้องการเงินลงทุนของโครงการประมาณ 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นค่าตกแต่ง 6,000,000 บาท ค่าอุปกรณ์ 4,000,000 บาท และค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน 8,000,000 บาท และเงินทุนหมุนเวียน 8,000,000 บาท สามารถสรุปผลด้านการเงินได้ดังนี้ 1.NPV หรือวิธีวัดมูลค่าปัจจุบันสุทธิ เพื่อเป็นวิธีที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพ ในโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการประเมินโครงการจะเห็นได้ว่ากระแสเงินสดที่เป็น ลบอยู่มีเพียงปีปัจจุบันปีเดียวเท่านั้น และค่าของ NPV เป็นบวกเท่ากับ 55.755ล้าน หมายถึง ผลประโยชน์ในอนาคตคิดมูลค่าปัจจุบันแล้ว มีค่ามากกว่าเงินลงทุน แสดงว่าการลงทุนใน โครงการจะได้รับผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุนนั่นเองและมูลค่าปัจจุบันสิทธินั้นมีค่าเท่ากับ 0 แสดงว่ากระแสเงินสดสุทธิที่รับจากโครงการเพียงพอที่จะจ่ายคืนเงินที่ลงทุนไปพอดี 2.IRR หรืออัตราผลตอบแทนจากโครงการ โครงการนี้ให้ผลตอบแทน 31.31 % จากการ ที่เงินลงทุนโครงการ 20,000,000 บาท นั้นเท่ากับ 10 % เมื่อไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน 31.31% จึงควรรับโครงการนี้ 3. PAYBACK หรือระยะเวลาคืนทุน เมื่อได้ลงทุนในโครงการผ้าไหมสุวรรณภูมิแล้ว ในเงินลงทุน 20,000,000 บาทระยะเวลาคืนทุนได้แก่หลัง 3.74 ปีจึงจะคืนทุนแสดงว่าเป็นโครงการ ที่มีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นมีสภาพคล่องและมีความเสี่ยงน้อยกว่า สรุปคือโครงการนี้ถ้าได้วิเคราะห์ จากงบการเงินโดยดูจาก 3 องค์ประกอบหลัก ถือได้ว่าเป็นโครงการที่น่าลงทุน |
| รายละเอียด: | ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2547. |
| URI: | https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5239 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | Business Administration - Independent Studies |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| Feasibility-Study-of-Suwannapoom-Thai-Silk-Investment.pdf | 12.07 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น