กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5244| ชื่อเรื่อง: | การศึกษากระบวนการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องครัวของผู้บริโภคในเขตจังหวัดระยอง |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | The Study of Consumer Decision Making Process in Purchasing Kitchen Utensils in Rayong |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | พวงชมพู โจนส์ Puangchompoo Jones สุภาวัฒน์ ภูวรางกูร Suphawat Phuwarangkoon Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration |
| คำสำคัญ: | เครื่องครัว Kitchen utensils ผู้บริโภค – ไทย – ระยอง Consumers – Thailand – Rayong การตัดสินใจ Decision making ความต้องการซื้อสินค้า ความเต็มใจจ่าย Willingness to pay พฤติกรรมผู้บริโภค Consumer behavior สิ่งจูงใจ (จิตวิทยา) Incentive (Psychology) |
| วันที่เผยแพร่: | 2004 |
| สำนักพิมพ์: | มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ |
| บทคัดย่อ: | การศึกษาด้วยตนเองเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องครัวของผู้บริโภคในเขต จ. ระยอง 2) ศึกษาถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องครัวของผู้บริโภคในเขตจังหวัดระยอง 3) เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาวางแผนงานทางด้านการตลาดในการจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องครัวให้กับผู้บริโภคในเขตจังหวัดระยองโดยมีขอบเขตในการศึกษาประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัดระยอง โดยแบ่งผู้บริโภคที่ใช้ในการศึกษาเป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องครัวไปใช้ในครัวเรือน กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องครัวไปใช้ประกอบธุรกิจอาหาร และกลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องครัวเพื่อไปขายต่อ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างกำหนดจากตารางการหาขนาดตัวอย่างของ Herbert Askin and Raymond R. Colton กำหนดให้ประชากร 500,000 คน มีขนาดตัวอย่างจำนวน 312 ชุด ที่ระดับความ เชื่อมั่น 95% แต่ในทางปฏิบัติผู้วิจัยสามรถเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างได้เพียง 253 ชุด เนื่องจากผู้วิจัย มีข้อจำกัดทางด้านระยะเวลาในการทำรายงาน มีวิธีการเลือกตัวอย่างแบบ Non Probability Sampling โดยเลือกตาม Convenience Sampling โดยขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเมือง และอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เนื่องจากทั้ง 2 อำเภอนี้มี ระยะทางระหว่างอำเภอไม่ไกลมากนัก และสะดวกต่อการเดินทางในการเก็บแบบสอบถามของ ผู้วิจัย ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ Questionnaire การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้การแจกแจง ความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าไคสแควร์ ส่วนผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ข้อมูลส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิงที่มี ช่วงอายุ 26 -35ปี มีสถานภาพสมรส มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องครัว เพื่อไปใช้ในครัวเรือนของตนเอง และมีระดับการศึกษามัธยมตอนปลาย ปวช. ทางด้าน พฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยเลือกซื้อเครื่องครัวและมักเลือกซื้อเครื่องครัวปีละ 1 ครั้ง โดยเลือกซื้อจากห้างสรรพสินค้า ซูปเปอร์สโตร์ และเลือกที่จะชำระเงินค่าสินค้าด้วยเงินสดมากที่สุดและกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเลือกซื้อเครื่องครัวเป็นมูลค่าที่ต่ำกว่า 1,000 บาท โดยเลือกซื้อเครื่องครัวประเภทอุปกรณ์ประกอบอาหารบนเตา ทางด้านทัศนคติของกลุ่มตัวอย่าง จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อในเรื่อง คุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตเครื่องครัว และให้เหตุผลในการเลือกซื้อเครื่องครัวว่า ต้องการซื้อมาแทนของเก่าที่ชำรุดหรือไม่มีใช้อยู่ในครัวเรือน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเครื่องครัวมาของกลุ่มตัวอย่างคือ รายการส่งเสริมการขายประเภทส่วนลดเงินสดทันทีที่มีการซื้อ ส่วนสื่อที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ โทรทัศน์ รองลงมาแผ่นพับใบปลิว ทางด้านอุปสรรคที่มีผลต่อการเลือกซื้อเครื่องครัวของกลุ่มตัวอย่าง คือ สินค้ามีราคาแพง และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจซื้อเครื่องครัวด้วย ตนเอง การทดสอบสมมติฐานทางการวิจัย พบว่า 1) ความถี่ในการเลือกซื้อเครื่องครัวไม่ขึ้นอยู่กับ รายได้ของกลุ่มตัวอย่าง 2) มูลค่าในการเลือกซื้อเครื่องครัวขึ้นอยู่กับรายได้ของกลุ่มตัวอย่าง 3) ระดับรายได้ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่มีความสัมพันธ์กันกับปัจจัยด้านราคาของอุปกรณ์เครื่องครัว 4) สถานภาพของกลุ่มตัวอย่างไม่ขึ้นอยู่กับขนาด น้ำหนักของเครื่องครัว 5) สถานภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยความสามารถในการทำงานของอุปกรณ์เครื่องครัว สำหรับที่ผู้ต้องการนำผลวิจัยนี้ ไปใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของการวางแผนทางด้านการตลาด ผู้ทำวิจัยเสนอแนะว่า ควรที่จะมีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะทางด้านคุณภาพ การใช้งาน และรูปแบบดีไซน์ของเครื่องครัว การตั้งราคาของอุปกรณ์เครื่องครัวควร คำนึงถึงความเหมาะสมทางด้านคุณค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับ เมื่อเทียบกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และ หรือตราของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งควรที่จะพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพและราคาของสินค้าที่มาจาก ประเทศจีน เพราะตอนนี้สินค้าจากประเทศจีนเข้ามาขายในเมืองไทยค่อนข้างมาก และหลาย ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีราคาถูกคุณภาพพอใช้ถึงปานกลาง ควรที่จะพัฒนาแหล่งจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องครัว ไปในช่องทางอื่น เช่น การแนบรายการสินค้าขายผ่านบริษัทที่ขายสินค้าโดยตรงแบบ แอมเวย์ หรือ เอวอน หรือการขายผ่านทางอินเตอร์เน็ท ทำให้ช่วยลดต้นทุนในการตั้งหน้าร้านขายสินค้าเครื่องครัว ส่วนเรื่องการส่งเสริมการขายควรที่จะควบคุมดูแลการทำโฆษณาไม่ให้เกินจริง เน้นการทำโฆษณา เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และหรือตราของผลิตภัณฑ์ |
| รายละเอียด: | ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2547 |
| URI: | https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5244 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | Business Administration - Independent Studies |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| The-Study-of-Consumer-Decision-Making-Process-in-Purchasing-Kitchen-Utensils-in-Rayong.pdf Restricted Access | 6.61 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด Request a copy |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น