Please use this identifier to cite or link to this item:
https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5394| Title: | การศึกษาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจรานแกาแฟสดในรูปแบบเฟรนไชส์ ของ Happy Time Coffee |
| Other Titles: | The Feasibility Study of Selling Franchise Business for Happy Time Brewing Coffee |
| Authors: | พวงชมพู โจนส์ Puangchompoo Jones อติกานต์ พิเดช Atikarn Pidaj Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration |
| Keywords: | แฟรนไชส์ Franchises (Retail trade) ร้านกาแฟ Coffee shops การศึกษาความเป็นไปได้ Feasibility studies กาแฟสด Freshly brewed coffee |
| Issue Date: | 2010 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ |
| Abstract: | การศึกษาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจร้านกาแฟสดในรูปแบบแฟรนไชส์ของ Happy Time Coffee ของผู้สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการริเริ่มดำเนินกิจการร้านกาแฟสด พฤติกรรมการลงทุน และระดับความสำคัญในการตัดสินใจ ลงทุนของผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Quanlitative Research) โดยการวิจัยเชิง คุณภาพได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการร้านกาแฟสดเป็นจำนวน 5 ราย ในหัวข้อที่ เกี่ยวเนื่องกับการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์และในส่วนการวิจัยเชิงปริมาณจะเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างแบบวัดผลครั้งเดียว (One – Short Case Study) โดย ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งกลุ่มประชากรที่ศึกษา คือ ประชากรที่มาเข้าร่วมงานมหกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพครั้งที่ 4 ณ ลานชั้นG เดอะมอลล์บาง กะปิ จำนวน 282 คน การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้ค่าสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความถี่ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการทดสอบสมมติฐานจะใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistic) เนื่องจากการแจกแจงข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างมีการสุ่มตัวอย่างมาจากประชากรที่มีการแจก แจงแบบไม่ปกติ ดังนั้น จึงใช้ค่าสถิติแบบไม่ใช้พารามิเตอร์ (Non Parametric Statistic) ในการ ทดสอบสมมติฐาน ซึ่งค่าสถิติที่เลือกใช้คือ ค่าสถิติไควสแควร์ (Chi-square Tests) สถิติแมนวิดนี้ (Mann-Whitney) และ คลัสคลอวัลลิส (Kruskul Wallis) โดยกำหนดค่านัยสำคัญของการคำนวณ เป็น 0.05 ผลจากศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 31-40 ปี ระดับ การศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท/ลูกจ้าง รายได้ต่อเดือน 15,001 - 20,000 บาท และมีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน การวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมการลงทุนของผู้ที่สนใจลงทุนใน ธุรกิจแฟรนไชส์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่เคยลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์เป็นจำนวน 243 คน และแฟรนไชส์ที่เคยลงทุนส่วนใหญ่เคยลงทุนในแฟรนไชส์ร้านอาหารเป็นจำนวน 10คน เงิน ลงทุนเริ่มแรกที่ใช้ในการลงทุน 30,001-40,000 บาท แฟรนไชส์ที่สนใจจะลงทุนมากที่สุด ได้แก่ แฟรนไชส์ประเภทเครื่องดื่ม และส่วนใหญ่จำนวนเงินที่คาดว่าจะใช้ในการลงทุนครั้งต่อไป คือ 40,001-50,000 บาท และปัจจัยที่มีความสำคัญในการตัดสินใจเลือกลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ มาก ที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่หนึ่ง ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ในเรื่องการมีช่องทางการ จัดจำหน่ายครอบคลุมหลายพื้นที่ รองลงมา ได้แก่ ปัจจัยด้านราคา ในเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับ คุ้มค่ากับการลงทุน และอันดับที่สาม ได้แก่ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ในเรื่องประเภทของแฟรนไชส์ที่ จะลงทุน และด้านลักษณะทางกายภาพ ในเรื่องร้านต้นแบบแฟรนไชส์มีความดึงดูดน่าสนใจ |
| Description: | การศึกษาอิสระ (บธ.ม.) (บริหารธุกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2553 |
| URI: | https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5394 |
| Appears in Collections: | Business Administration - Independent Studies |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| The-Feasibility-Study-of-Selling-Franchise-Business-for-Happy-Time-Brewing-Coffee.pdf Restricted Access | 18.8 MB | Adobe PDF | View/Open Request a copy |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.