กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5440| ชื่อเรื่อง: | การพัฒนาแบบประเมินภาวะสุขภาพสำหรับผู้ช่วยพยาบาล |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | Development in Health Assessment for Practical Nurses |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | ทินกร บัวชู ทิฏฐิ ศรีวิสัย เสน่ห์ ขุนแก้ว ยุวดี แตรประสิทธิ์ ณัฐนันท์ คำพิริยะพงศ์ สุวารี โพธิ์ศรี Thinnakorn Buachu Thitdhi Srivisai Saneh Khunkhaw Yuwadee Traprasit Nattanun Kumpiriyapong Suwaree Posri Pibulsongkram Rajabhat University. Faculty of Nursing Pibulsongkram Rajabhat University. Faculty of Nursing Praboromarajchanok Institute. Faculty of Nursing Police Nursing College Ubon Ratchathani University. Faculty of Nursing Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Nursing |
| คำสำคัญ: | ผู้ช่วยพยาบาล Nurses' aides การประเมินสุขภาพทางการพยาบาล การประเมินทางการพยาบาล Nursing assessment วิทยาศาสตร์สุขภาพ |
| วันที่เผยแพร่: | 2023 |
| แหล่งอ้างอิง: | วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล 39, 1 (มกราคม - เมษายน 2566) : 34-45. |
| บทคัดย่อ: | บทนำ: การประเมินภาวะสุขภาพที่มีประสิทธิภาพจะนำไปสู่การจำแนกปัญหาสุขภาพและสามารถวางแผนกิจกรรมการช่วยเหลือดูแลได้เฉพาะเจาะจงกับผู้ป่วยรายบุคคลได้ วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจและพัฒนาแบบประเมินภาวะสุขภาพสำหรับผู้ช่วยพยาบาล ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลและอาจารย์พยาบาล จำนวน 355 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินภาวะสุขภาพ เป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) รายข้อ อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ โดยใช้การสกัดด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม โดยใช้วิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก และหมุนแกนองค์ประกอบแบบมุมฉากด้วยวิธีแวริแมกซ์ ผลการวิจัย: จากการวิเคราะห์องค์ประกอบ ค่า Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy (KMO) ได้เท่ากับ .961 และเมื่อทดสอบด้วยค่า Bartlett’s test of Sphericity พบว่า มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 และองค์ประกอบที่ 1-8 สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ทั้งหมด ร้อยละ 67.264 ดังนั้นแบบประเมินภาวะสุขภาพ ประกอบด้วย 8 แบบแผน ได้แก่ 1) แบบแผนการรับรู้ภาวะสุขภาพและประวัติการเจ็บป่วย 2) แบบแผนการรับประทานอาหารและการขับถ่าย 3) แบบแผนการพักผ่อนนอนหลับ 4) แบบแผนกิจกรรมและการออกกำลังกาย 5) แบบแผนอัตลักษณ์ส่วนบุคคลและสุขภาพทางเพศ 6) แบบแผนสุขภาพจิตและการปรับตัว 7) แบบแผนสัมพันธภาพในครอบครัวและบทบาททางสังคม และ 8) แบบแผนคุณค่าและความเชื่อ สรุปผล: การวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงแบบประเมินภาวะสุขภาพสำหรับผู้ช่วยพยาบาลที่เหมาะสมตามขอบเขตหน้าที่ ที่ครอบคลุมภาวะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญาณ ข้อเสนอแนะ: อาจารย์พยาบาลสามารถนำแบบประเมินภาวะสุขภาพไปใช้ประเมินภาวะสุขภาพของผู้ป่วยรายบุคคล สำหรับนักศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล |
| รายละเอียด: | สามารถเข้าถึงบทความฉบับเต็ม (Full Text) ได้ที่ : https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/258930/176719 |
| URI: | https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5440 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | Nursing - Articles Journals |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| Development in Health Assessment for Practical Nurses.pdf | 709.74 kB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น