ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการมีความสำคัญสำหรับบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการและผู้ที่เกี่ยวข้อง การศึกษานี้ใช้รูปแบบการวิจัยภาคตัดขวาง ทำการประเมินความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและความปลอดภัยทางชีวภาพของสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบันเอ สถาบันบี และสถาบันซี ในบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการจำนวน 41 คน (ร้อยละ 73.2 ของจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง) โดยใช้แบบประเมินที่ดัดแปลงมาจากสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประเทศสหรัฐอเมริกา ใน 4 องค์ประกอบ คือ มิติด้านนโยบาย มิติด้านสถานที่และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใน มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และมิติด้านการจัดการความเสี่ยง (กรณีความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ) หรือมิติด้านการใช้เครื่องป้องกันตนเอง (กรณีความปลอดภัยทางชีวภาพ) ข้อใดสถาบันไม่เกี่ยวข้องจะไม่นำข้อนั้นมาคิดคะแนน ข้อใดมีการดำเนินการ ได้ 1 คะแนน ข้อใดไม่มีการดำเนินการได้ 0 คะแนน นำคะแนนที่ได้คิดเป็นค่าร้อยละการแบ่งระดับคะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับสูง ได้แก่ คะแนน >= ร้อยละ 80 ระดับปานกลาง ได้แก่ คะแนนร้อยละ 60-79 และระดับต่ำ ได้ แก่ คะแนน < ร้อยละ 60 ผลการศึกษาพบว่า ห้องปฏิบัติการที่ศึกษาทั้ง 3 สถาบัน มีระดับคะแนนความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ มิติด้านนโยบายและการจัดการความเสี่ยง อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 31.7 และ 46.4 มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 52.1 และมิติด้านสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในอยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 60.0 สถาบันทั้ง 3 แห่ง มีคะแนนในแต่ละมิติใกล้เคียงกันโดยสถาบันซี มีคะแนนสูงกว่าสถาบันอื่นเล็กน้อย สำหรับผลการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ พบว่า คะแนนมิติด้านนโยบาย อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 45.3 มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยอยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 59.7 มิติการใช้เครื่องป้องกันตนเอง อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 48.3 และมิติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในอยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 65.0 สถาบันทั้ง 3 แห่ง มีคะแนนในแต่ละมิติใกล้เคียงกัน สถาบันเอ มีคะแนนสูงกว่าสถาบันอื่นเล็กน้อย
Laboratory Safety is important. A cross-sectional study was conducted to access laboratory safety and biosafety in laboratories of 3 selected Thai Public Health Education Institutes (Institute A, B, and C) In all, 41 personnel with responsibility or regular use of a laboratory for teaching, research or academic services were assessed using a laboratory safety assessment form followed guidelines of the Thai Medical Technology Council and US Department of Health and Human Services/CDC and NIH. Guidelines consisted of 4 aspects i.e. policy/planning and risk management safety performance, use of protective barriers, and laboratory facilities. Scoring each item was: 1 score for answering “practice” and 0 score for answering “do not practice”. Additionally, the scores were classified into 3 levels including high (>=80%), moderate (>+60-79%), and low levels (<60%). The results revealed low score levels of laboratory safety for policy/planning/risk management and safety performance (39.4% and 52.1%, respectively), and moderate score level for laboratory facilities (60.0%). The scores from Institute C were relatively higher than other institutes. For biosafety scores, low score levels were found for biosafety policy and use of protective barriers (45.3% and 48.3%, respectively), and moderate score levels were noted for safety performance and laboratory facility design (60.0% and 65.9%, respectively). The scores from Institute A were relatively higher than other institutes.