Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาภูมิหลัง ประวัติการกระทำผิด ความต้องการด้าน ต่าง ๆ และสภาพแวดล้อมของผู้ต้องหาที่ก่อคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์ต่อการกระทำความผิดโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ต้องหาในเขตชลบุรี จำนวน 202 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับภูมิหลัง ความสัมพันธ์ในครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู ในวัยเด็ก ประวัติการกระทำผิดในอดีต ปัจจัยด้านความต้องการด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS/PC เพื่อศึกษาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย ต่าง ๆ กับการกระทำความผิดด้วย Chi-Square และ Correlation ผลการวิจัยพบว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีอายุระหว่าง 21-25 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีสถานภาพโสด มีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวชลบุรี โดยกำเนิด บิดา มารดา และกลุ่มตัวอย่างประกอบอาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ มีรายได้เดือนละ 3,001-6000 บาท ส่วนใหญ่รายได้พอดีกับรายจ่ายไม่มีเหลือเก็บ แต่กลุ่มตัวอย่างนี้ก็ไม่มีหนี้สิน
ด้านความสัมพันธ์ภายในครอบครัว พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีโอกาสร่วมกิจกรรมและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมากที่สุด ด้านการอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็ก พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับการอบรมให้เป็นคนผู้เคร่งครัดต่อศาสนามากที่สุดเท่ากับการอบรมให้รู้จักปฏิบัติตามกฎระเบียบ ด้านประวัติในการกระทำความผิดในอดีต พบว่า กลุ่มตัวอย่างกระทำความผิดเป็นครั้งแรก มากที่สุด แต่ผู้ที่กระทำความผิดมาก่อนก็เป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดประเภทเดียวกันนี้มาก่อนมากที่ สุด โดยอายุที่กระทำความผิดครั้งแรก คือ ช่วงอายุ21-30 ปี ได้รับโทษเป็นเวลา 1-3 ปี มากที่สุด ด้านความต้องการด้านร่างกาย พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์เมื่อ ป่วยมากที่สุด ด้านความต้องการด้านจิตใจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างรู้สึกภูมิใจเมื่อได้ของที่อยากได้มากที่สุด ด้านความต้องการด้านสังคม พบว่า กลุ่มตัวอย่างต้องการการยอมรับจากเพื่อนมากที่สุด ด้านปัจจัยสภาพแวดล้อม พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพ่อแม่ออกไปทำงานนอกบ้านมากที่สุด จากการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระต่าง ๆ กับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ พบ ว่า สถานภาพสมรส บุคคลที่อาศัยด้วยก่อนกระทำความผิด สาเหตุการกระทำผิดครั้งแรก ประเภท ของการกระทำผิด อายุที่กระทำผิดครั้งแรก และความต้องการด้านจิตใจ มีความสัมพันธ์กับการ กระทำความผิดคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแสดงบทบาทในการ ป้องกันและการบำบัดแก้ไข โดยในด้านการป้องกัน บิดามารดาหรือผู้ปกครองจะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลบุตรของตนมากขึ้น ครูอาจารย์ควรสอดส่องเอาใจใส่ความประพฤติของ เด็กนักเรียนควบคู่ไปกับการเรียนการสอน เจ้าหน้าที่ตำรวจควรจัดกำลังไปให้ความรู้เกี่ยวกับ อาชญากรรมแก่นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ สื่อมวลชนควรเสนอข่าวสารที่ส่งเสริมจริยธรรม กรมการศาสนาควรจัดกิจกรรมทางศาสนาให้เด็กอย่างต่อเนื่อง สำหรับด้านการบำบัดแก้ไข บิดา มารดาหรือผู้ปกครองจะต้องให้กำลังใจแก่เด็กที่กระทำผิดในการแก้ไขพฤติกรรมของตนเจ้าหน้าที่ ตำรวจต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหารู้สึกยอมรับผิดและกลับใจใหม่เมื่อพ้นโทษ สถานแรกรับ สถาน พินิจฯ และเรือนจำจะต้องจัดการอบรมหรือจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับความรู้เพิ่มเติม และ ให้โอกาสเขาปฏิบัติตนเป็นคนดีต่อไปภายหลังพ้นโทษ