Abstract:
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การใช้เวลาในครอบครัวอย่างมีคุณภาพและสัมพันธภาพในครอบครัวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การใช้เวลาในครอบครัว 3) ศึกษาความแตกต่างของ การเลี้ยงดู การใช้เวลาในครอบครัว และสัมพันธภาพในครอบครัวเมื่อจำแนกตามตัวแปรต่างๆ การ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงาน สามัญศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 5แห่ง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน 402 คน เป็นเพศหญิงร้อยละ 52.0 เพศชายร้อยละ 48.0 มี จำนวนบุคคลในครอบครัวเฉลี่ย 1 - 5 คน ร้อยละ 71.3 เป็นบุตรลำดับที่ 1 - 5 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับ บิดามารดาที่อยู่ด้วยกัน และการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่บิดามารดาเป็นผู้เลี้ยงดูอาชีพของ บิดามารดา ได้แก่ อาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ รายได้ของครอบครัวได้รับเป็นรายเดือน และส่วนใหญ่ มีพอเพียงและเหลือเก็บ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบความสัมพันธ์ของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก สัมพันธภาพในครอบครัว และการใช้เวลาในครอบครัวอย่างมีสุขภาพแสดงให้เห็นว่าครอบครัวมีการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม อันได้แก่ การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุน ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ลงโทษทางจิตมากกว่าทางกาย ควบคุมน้อยมากกว่าควบคุมมากและพึ่งตนเองเร็ว มีความสัมพันธ์กับการที่ครอบครัวมี ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และการใช้เวลาในครอบครัวอย่างมีคุณภาพ หมายถึง หากมีการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวจะดี และจะมีการใช้เวลาในครอบครัวอย่างมี คุณภาพสูงด้วย เนื่องจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การใช้เวลาในครอบครัวอย่างมีคุณภาพ และสัมพันธภาพ ภายในครอบครัว มีความสอดคล้องกับการอบรมเลี้ยงดู ทั้ง 5 แบบ ครอบครัวที่มีสัมพันธภาพที่ดี ครอบครัวจะต้องมีบิดามารดา อบรมเลี้ยงดูลูกร่วมกัน การใช้เวลาในครอบครัวอย่างมีคุณภาพ และสัมพันธภาพในครอบครัวอย่างเหมาะสม ผู้วิจัยเสนอแนะแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ ส่วนรวมให้บิดามารดามีเวลาแก่บุตรเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำช่วยแก้ไขปัญหาให้บิดามารดา รวมกลุ่มกันเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ลดความเครียด ควรมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างบิดามารดาและ บุตร เพื่อให้บุตรมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และโรงเรียน ครู ผู้ปกครองเด็ก ควรร่วมกันวางแผนการ เรียนการสอน เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาสติปัญญาของตน แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมมากกว่า การใช้อารมณ์