DSpace Repository

การพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ กรุงเทพมหานคร

Show simple item record

dc.contributor.advisor จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร
dc.contributor.advisor Jaturong Boonyarattanasoontorn
dc.contributor.author อภิวรรธนชน อาจทวีกุล
dc.contributor.author Apiwattanachon Ardtaweekul
dc.contributor.other Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Social Work and Social Welfare
dc.date.accessioned 2026-05-02T07:02:10Z
dc.date.available 2026-05-02T07:02:10Z
dc.date.issued 2008
dc.identifier.uri https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5457
dc.description การศึกษาอิสระ (สส.ม.) (การบริหารสังคม) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2551 en
dc.description.abstract การศึกษารื่อง การพัฒนาศักธภาพในการดูแถคนเองของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุในชุมชนและปัจข้อที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลส่วนบุคลของกลุ่มตัวอย่างที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 78.0 มีช่วงอายุ 72-84 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.4 สถานภาพการสมรส คิดเป็นร้อยละ 52.4 จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 51.3 ไม่ได้ประกอบอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 52.9 ส่วนใหญ่มีรายได้ 1,000-3,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 31.9 ที่มาของรายได้ได้รับรายมาจากบุตรหลาน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลตนเองในระดับคีมากในเรื่องการรับประทานอาหารว่าง อาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ควรเป็นอาหารประเภท ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น นม น้ำ เต้าหู้ อาหารประเภทที่มีกากใยเพื่อช่วยให้ในการขับถ่ายได้ดี มีความรู้ความเข้าใจ การปฏิบัติต่อตนเองด้านอารมณ์ การยอมรับว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับดีมาก คือ รู้ว่า ห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ด้านการหลีกเลี่ยงการก่อเกิดไรค กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจในระดับมากว่าการดื่มสุราทำให้ความจำเสื่อม สมองฝ่อ ดับแข็ง ความดันโลหิตสูง และเส้นเลือดในสมองแตกได้ ด้านกิจกรรมสังคนในชุมชน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมชุมชนในระดับมาก ได้แก่ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ทอดกฐิน กิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันผู้สูงอายุ วันสงกรานต์ และเข้าร่วมกิจกรรมกับวัดในระดับปานกลาง ได้แก่ การทำความสะอาดวัด การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีความพึงพอใจมากที่สุด ในการเดินทางมารักษาเนื่องจากมีความสะดวก และมีความพึงพอใจต่อการให้บริการและมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมการดูแลตนเองแของ กลุ่มตัวอย่าง พบว่า เพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมในการดูแลตนเอง โดยเพศหญิงหลีกเลี่ยงการเพ่งหรือจ้องมองกับของบางสิ่งบางอย่างนาน ๆ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์ และ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เวลาว่างมักชอบมีมุมสงบเพื่อนั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบหรือศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนของทางศาสนาเเตกต่างจากเพศชายอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติติที่ระดับ .000 ด้านการศึกษาพบว่า มีความแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่มีการศึกษาสูงจะพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เจ็บป่วยมักจะซื้อยามารับประทานเอง งานอดิเรกที่ชอบปฏิบัติ คือ ปลูกต้นไม้ ทำสวน อ่านหนังสือ แต่แตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างที่มีการศึกษาต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 ด้านอาชีพ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีอาชีพพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงอย่างหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ๆ และมักให้ผู้อื่นช่วยเหลือเสมอ จะงดทานอาหารรสจัดซึ่งแตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอาชีพอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .000 ด้านรายได้ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง กลุ่มตัวอย่างมักพบว่าผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยสูงจะออกกำลังกายโดยการทำงานแต่มีความแตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ต่ำ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .000 กลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพ จะมักหลีกเลี่ยงการทำงานหนักๆ มักให้ผู้อื่นช่วยเหลือเสมอ มักงดทานอาหารรสจัด และรับประทานอาหารตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งแตกต่างจากผู้มีรายได้จากบุตรหลานอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .000 กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับข่าวสาร ข้อมูล ด้านสุขภาพจากเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานสาธารณสุข มักจะมีพฤติกรรมในการดูแลตนเองด้านการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน วิ่งเหยาะๆ แอโรบิค ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร กลุ่มตัวอย่างที่รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากสมาชิกในครอบครัว เวลาเจ็บป่วยมักจะซื้อยามารับประทานเอง ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากสมาชิกในชมรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองในการออกกำลังกายเป็นประจำ ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน วิ่งเหยาะๆ แอโรบิก ใช้อย่างน้อย วันละ 15-30 นาที เจ็บป่วยมักจะซื้อยามารับประทานเอง ผล จากการศึกษาดังกล่าว ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. รัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนส่งเสริมเครือช่ายด้านงานสุขภาพให้กระจายไปยังส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น สนับสนุนการกระจายความรู้เพื่อพัฒนาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นให้สามารถจัดการในเรื่องสุขภาพ ดูแลสุขภาพของตัวเอง อย่างเหมาะสม ลด ละเลิกพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และส่งเสริม สนับสนุนชมรมผู้สูงอายุ ในการทำกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ทั้งในชุมชน ให้ก่อเกิดศักยภาพ ความสามารถของผู้สูงอายุ นำมาใช้ในกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ 2. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรมี ควรจะมีการสนับสนุนในเรื่องการรักษาที่เท่าเทียมกันระหว่างชนบทและเมืองให้มีโอกาสเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเสมอภาคกันเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เสริมสร้างสวัสดิการสังคมและความมั่นคงทางสังคมของผู้สูงอายุ 3. กระทรวงสาธารณสุขคววมีนโยบาย มาตรการ กฎหมายต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอย่างครบวงจรและทั่วถึง 4. เจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการสาธารณสุขที่รับผิดชอบในเต่ละเขตควรให้ความรู้ให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลตนเองในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทางด้านอารมณ์ เสริมสร้างการสร้างสุขนิสัยในการรักความสะอาด ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน บริเวณบ้าน และตนเอง 5. เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการธาธารณสุขที่เกี่ยวข้องควรลงพื้นที่เข้าไปพัฒนาแหล่งความรู้ให้กับทางชมรมว่ามีแหล่งใดบ้าง ที่จะสามารถเข้าถึงการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ และมีส่วนร่วมกับชุมชนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้มากขึ้น 6. สมาชิกในชมรมผู้สูงอายุควรตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลตนเองในเรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสร้างพฤดิกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองไห้ดียิ่งขึ้น 7. ประธานชมรมผู้สูงอายุควรมีจัดกิจกรรมที่หลากหลาย โดยการสอบถามความต้องการของสมาชิกชมรมพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น 8. ครอบครัวของผู้สูงอายุควรมีการพูดคุยถึงเรื่องสุขภาพ หรือเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุเห็นถึงคุณค่าของตนเอง และควรมีเวลาในการพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพ ดูแลและสนใจสุขภาพของผู้สูงอายุในครอบครัวเพื่อให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับครอบครัวต่อไป en
dc.language.iso th en
dc.publisher มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ en
dc.rights มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ en
dc.subject ผู้สูงอายุ en
dc.subject Older people en
dc.subject ผู้สูงอายุ – สุขภาพและอนามัย en
dc.subject Older people -- Health and hygiene en
dc.subject การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง en
dc.subject Self-care, Health en
dc.subject พฤติกรรมสุขภาพกับวัยชรา en
dc.subject Health behavior -- Age factors en
dc.subject พฤติกรรมสุขภาพ – ปัจจัยเกี่ยวกับอายุ en
dc.subject การส่งเสริมสุขภาพ en
dc.subject Health promotion en
dc.subject มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
dc.title การพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ กรุงเทพมหานคร en
dc.title.alternative Potential Development in Self-Care of Members in Aging Club in Bangkok en
dc.type Independent Studies en
dc.degree.name สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต en
dc.degree.level ปริญญาโท en
dc.degree.discipline การบริหารสังคม en


Files in this item

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record

Search DSpace


Advanced Search

Browse

My Account

Statistics