Please use this identifier to cite or link to this item: https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5078
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.advisorธัญญา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา-
dc.contributor.advisorThanya Sanitwongse Na Ayuttaya-
dc.contributor.authorสิริพงษ์ ศรีตุลา-
dc.contributor.authorSiripong Sritula-
dc.contributor.otherHuachiew Chalermprakiet University. Faculty of Social Work and Social Welfare-
dc.date.accessioned2026-01-19T02:42:51Z-
dc.date.available2026-01-19T02:42:51Z-
dc.date.issued1998-
dc.identifier.urihttps://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5078-
dc.descriptionสารนิพนธ์ (สส.ม.) (การจัดการโครงการสวัสดิการสังคม) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2541.en
dc.description.abstractการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวในชีวิตสมรสของข้าราชการตำรวจ ศึกษาเฉพาะข้าราชการตำรวจในจังหวัดสมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการปรับตัวในชีวิตสมรสของข้าราชการตำรวจ และศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวในชีวิตสมรสของข้าราชการตำรวจ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างข้าราชการตำรวจภายในจังหวัดสมุทรปราการ เก็บข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์ถดถอยพหูคูณ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 218 คน เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร 53 คน ชั้นประทวน 165 คน ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี มีอายุเฉลี่ย 33.36ปี คู่สมรสส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง รองลงมาคือค้าขาย มีอายุเฉลี่ย 29.65ปี คู่สมรสส่วนใหญ่มีบุตร มีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท ส่วนใหญ่มีรายไม่พอเพียง ข้าราชการตำรวจและคู่สมรสมีระยะเวลาการคบหาคุ้นเคยกันก่อนแต่งงานเฉลี่ย 4.15 ปี และอยู่กินกันมานานเฉลี่ย 7.42 ปี คู่สมรสส่วนใหญ่มีบุตร 1 คน มีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอเพียง ครอบครัวของข้าราชการตำรวจอยู่อาศัยกับครอบครัว ของฝ่ายชายมากว่าอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิง และก่อนจะสมรส ทั้งสองฝ่ายได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือไม่ยุ่งเกี่ยว จากการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression) พบว่า ปัจจัยก่อนสมรสที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวในชีวิตสมรส ได้แก่ การศึกษาของคู่สมรส โดยข้า ราชการตำรวจที่มีคู่สมรสมีการศึกษาระดับสูง จะมีการปรับตัวในชีวิตสมรสได้ดี ส่วนปัจจัย ระหว่างสมรสที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวของคู่สมรส ได้แก่ ประสิทธิภาพของการสื่อสาร ความ สมานฉันท์ทางบทบาท และความพึงพอใจในการทำงานนอกบ้านของคู่สมรส โดยทั้ง 3 ตัวแปรมี ความสัมพันธ์ทางบวกกับการปรับตัวในชีวิตสมรส ผลการศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยราชการ ที่ทำหน้าที่ดูแลข้าราชการ ตำรวจ ให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการ ตำรวจได้เข้าใจการสื่อสารกับคู่ครอง เสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องบทบาทหน้าที่ในสถาบันครอบครัว และส่งเสริมให้ภรรยาของข้าราชการตำรวจได้ทำงานเพื่อหาทางเสริมรายได้โดยเฉพาะสมาคม แม่บ้านตำรวจควรถือเป็นภารกิจหลักในการดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจควรดำรงชีวิตสมรสเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ได้บังคับบัญชาได้ปฏิบัติตามรวมถึงการ เตรียมพร้อมก่อนสมรสของข้าราชการตำรวจเพื่อลดปัญหาครอบครัวซึ่งจะติดตามมาภายหลัง อันจะช่วยทำให้คู่สามีภรรยาตำรวจได้มีครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นกำลังใจในการทำงานบริการประชาชนต่อไปen
dc.language.isothen
dc.publisherมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติen
dc.rightsมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติen
dc.subjectข้าราชการตำรวจ – ไทย – สมุทรปราการ – ความสัมพันธ์ในครอบครัวen
dc.subjectตำรวจ – ไทย – สมุทรปราการ – ความสัมพันธ์ในครอบครัวen
dc.subjectPolice – Thailand – Samut Prakan -- Family relationshipsen
dc.subjectการสมรสen
dc.subjectMarriageen
dc.subjectคู่สมรสen
dc.subjectการปรับตัว (จิตวิทยา)en
dc.subjectAdjustment (Psychology)en
dc.subjectคุณภาพชีวิตen
dc.subjectQuality of lifeen
dc.subjectSpouses-
dc.titleปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวในชีวิตสมรสของข้าราชการตำรวจ : ศึกษาเฉพาะข้าราชการตำรวจชายในจังหวัดสมุทรปราการen
dc.title.alternativeFactors Effecting Marital Adjustment of Police's Families : A Case Study of Male Police in Samut Prakan Provinceen
dc.typeIndependent Studiesen
dc.degree.nameสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิตen
dc.degree.levelปริญญาโทen
dc.degree.disciplineการจัดการโครงการสวัสดิการสังคมen
Appears in Collections:Social Work and Social Welfare - Independent Studies



Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.