Abstract:
บริษัท ดับบลิว. อาร์. เกรซ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสารเคมีผสมสำหรับงานคอนกรีต เพื่อใช้วัตถุดิบชนิดในการผลิตคอนกรีตประเภทต่างๆ คือ คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready mix Concrete) และคอนกรีตอัดแรง (Prestress Concrete) หรือ คอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete)จากการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น ตัวเลขความต้องการในอุตสาหกรรม ยอดการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ รวมทั้งผลกำไรขั้นต้น ส่วนแบ่งทางการตลาดของทุกบริษัทในอุตสาหกรรม โครงสร้างตลาดตามลักษณะการแข่งขันในทางเศรษฐศาสตร์จุลภาค พบว่า บริษัท ดับบลิว.อาร์.เกรซ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ประสบกับปญหาต่างๆ 3 ด้าน ในช่วงปี พ.ศ. 2540 ถึง 2542 คือ1. ปัญหาภาวะตลาดซบเซา หรืออยู่ในช่วงตกต่ำ (Decline) คือ ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง กำไรขั้นต้นต่ำ2. ปัญหาทางด้านการแข่งขัน อันเนื่องมาจากมีคู่แข่งขันรายใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย การแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งนโยบายของบริษัท ดับบลิว.อาร์.เกรซ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัทแม่ ไม่มีนโยบายการแข่งขันทางด้านราคา เพราะการแข่งขันทางด้านราคา ลูกค่าจะไม่ได้รับมูลค่าเพิ่ม (Value Added) อย่างแท้จริง จึงทำให้ในตลาดบางส่วนไม่สามารถแข่งขันได้ เพียงแต่ดูแลรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ แต่ในบางส่วนสามารถแข่งขันได้ด้วยความสามารถแกน (Core Competency) ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นจุดแข็ง3. ปัญหาการชำระหนี้ล่าช้าของลูกค้า เนื่องจากลูกค้าเองขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดแคลนแหล่งเงินทุนปัญหาที่บริษัท ดับบลิว.อาร์.เกรซ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ประสบทั้ง 3 ด้านนี้ ได้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาโดยรวม คือ ในส่วนของปัญหาภาวะตลาดซบเซา และปัญหาทางด้านการแข่งขัน จะใช้ทฤษฎีทางด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) และกลยุทธ์การแข่งขันโดยทั่วไป เพื่อทำให้บริษัทฯ มียอดขายที่สูงขึ้น และมีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งทำให้บริษัทฯ มีความสามารถในการแข่งขันที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมสารเคมีผสมเพิ่มสำหรับงานคอนกรีตตลอดไป ในส่วนของปัญหาการชำระหนี้ล่าช้าของลูกค้า จะนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาที่บริษัทฯ ได้ปฏิบัติอยู่ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว