Abstract:
การทำภาคนิพนธ์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดปริมานวัตถุดิบในการเก็บการสต๊อกและกำหนดช่วงเวลาการนำเข้าและจำนวนวัตถุดิบที่เหมาะสม ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจาการศึกษานี้ คือ สามารถกำหนดแนวทางพัฒนาการบริหารสินค้าคงคลัง และสามารถนำกลยุทธ์ในการบริหารสินค้าคงคลังของบริษัท โดยได้ศึกษาจาก ข้อมูลการวางแผนและนำเข้าวัตถุดิบหลัก และการการวางแผนและการเบิกใช้จริงของวัตถุดิบหลัก พร้อมทั้งข้อมูลวัตถุดิบต้นงวดและปลายงวด นำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ เทคนิคการบริหารสินค้าคงคลัง เทคนิคการพยากรณ์ความต้องการ
ผลการวิเคราะห์พบว่า
1. การวิเคราะห์ข้อมูลวัตถุดิบหลักทั้ง 4 ชนิด NYLON 6 1260D ทำให้เกิดค่าใช้จ่าย และมีการเสียโอกาสทางธุรกิจมากที่สุด รองลงมาเป็น NYLON 6 840D อันดับสามเป็น VP LATEX อันดับสี่เป็น SBR LATEX และอันดับห้าเป็น RESORCINOL
2. การพยากรณ์ความต้องการ ด้องเพิ่มประสบกรณ์และความขำนาญมากกว่านี้ โดยเฉพาะการพยากรณ์ความต้องการแบบการปรับตามฤดูกาลนั้น ดูจะเหมาะสมกับธุรกิจของบริษัทซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าอัลฟา และกรรรพยากรณ์ค่า P เพื่อที่จะให้ท่าพยากรณ์ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
3. การคำนวณหาจำนวนการสั่งซื้อและเวลาหรือจุดสั่งซื้อที่เหมาะสมด้วยวิธีการสั่งซื้อ เมื่อถึงระดับหนึ่ง และด้วยวิธีอนุกรมเวลานั้นนับว่าเป็นวิธีการที่ดี ที่บริษัทจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมาก พร้อมทั้งนำระบบ JIT มาใช้ควบคู่ ให้เหมาะสมด้วย
ข้อเสนอแนะ
1. การวิเคราะห์ชั้นมูลต่าง ๆ ในกรศึกษาหรั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัทควรพิจารณาผลักดันและปรับปรุงระบบการบริหารวัสดุคงคลัง ทั้งที่เป็นวัตถุดิบหลัก และวัสดุอื่น ๆ ด้วย
2. การวางแผนการใช้วัตถุดิบต่อเดือนต้องชัดเจน ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อป้องกันการสต๊อกมากเกินไป
3. ควรนำระบบการบริหารวัสดุดงคลัง ที่มีประสิทธิภาพและนำระบบบคอมพิวเตอร์ที่ดีมาใช้พร้อมทั้งฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความชำนาญด้วย