DSpace Repository

การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กของประเทศไทย

Show simple item record

dc.contributor.advisor พิชิต สุขเจริญพงษ์
dc.contributor.advisor Pichit Sukchareonpong
dc.contributor.author สุวิช เบญจาทิกุล
dc.contributor.author Suvitch Benchatikul
dc.contributor.other Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration
dc.date.accessioned 2026-03-14T03:23:09Z
dc.date.available 2026-03-14T03:23:09Z
dc.date.issued 1999
dc.identifier.uri https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5302
dc.description ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2542 en
dc.description.abstract การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการบริหารสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กและศึกษาลักษณะสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก รวมทั้งศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจ การใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ผู้บริหารสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก โดยใช้ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2539-2540 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สายการประกอบรถยนต์ทำการผลิตเต็มกำลังการผลิตของแต่ละบริษัท ปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก ในประเทศไทย 6 แห่ง การศึกษาครั้งนี้ทำการศึกษาเปรียบเทียบจาก 4 บริษัท มีส่วนแบ่งการตลาด อันดับ 1 ถึง 4 ได้แก่ 1. ISUZU MOTOR (THAILAND) CO., LTD 2. TOYOTA MOTOR OR (THAILAND) CO., LTD 3. SIAM NISSAN AUTO MOBILE CO., LTD 4. MMC SITTIPOL CO., LTD ทำการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ (Percentage) กราฟแท่ง กราฟวงกลมและตารางเปรียบเทียบการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก พบว่าแบ่งลักษณะการทำงานออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ (1) TRIM LINE (2) CHASSSIS LINE (3) FINAL LINE อาคารโรงงานสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กของประเทศไทยมี 2 แบบ คือ อาคารโรงงานแบบชั้นเดียวมีมากที่สุด (ร้อยละ 75) และอาคารโรงงานสองชั้น มีเพียงบริษัทเดียว (ร้อยละ 25) สายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กของประเทศไทยได้พัฒนาโดยเริ่มต้นจากการผลิตจำนวนน้อย กระทั่งความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น สายการประกอบจึงได้พัฒนาเป็นระบบสายพานลำเลียง (Conveyor) เพื่อที่จะผลิตให้ได้ปริมาณความต้องการของตลาดปัจจุบัน ทุกบริษัทได้พัฒนาสายการประกอบเป็นระบบสายพานลำเลียงทั้งหมด การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กของประเทศไทยระบบการผลิตเป็น แบบ LOT SIZE มากที่สุด (ร้อยละ 75) มีขนาด LOT SIZE ตั้งแต่ 60-65 คัน มีกำลังการผลิตสูงสุด 30 คันต่อชั่วโมง จำนวนการผลิตโดยเฉลี่ย 8,100 คันต่อเดือน กิจกรรมใช้พัฒนาสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กกิจกรรมที่ทุกบริษัทใช้ ในการพัฒนาสายการประกอบฯ ได้แก่ QCC, KAIZEN,5S, ISO 9002 และ SAFETY การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก สามารถแบ่งได้เป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ด้านเทคนิค 2. ด้านมาตรฐานของชิ้นส่วนและอุปกรณ์ประกอบรถยนต์ 3. ด้านการบำรุงรักษา 4. ด้านพนักงานในสายการประกอบฯ ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตในสายการประกอบรถยนต์ พบว่าปัญหา ด้านชิ้นส่วนเป็นปัญหาพบมากที่สุด (ร้อยละ 40) ปัญหาด้านพนักงานเป็นปัญหารองลงมา (ร้อยละ 30) และ ปัญหาด้านเครื่องจักร(ร้อยละ 20) อุปสรรคในการปรับปรุงพัฒนางานในสายการประกอบรถยนต์งบประมาณไม่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ (ร้อยละ 75) และขาดพนักงานที่มีความรู้เฉพาะด้าน (ร้อยละ 50) en
dc.language.iso th en
dc.publisher มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ en
dc.rights มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ en
dc.subject สายการผลิต en
dc.subject Assembly-line methods en
dc.subject รถบรรทุก en
dc.subject Trucks en
dc.subject การบริหารงานแบบญี่ปุ่น en
dc.subject Management -- Japan en
dc.subject การเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม en
dc.subject Industrial productivity en
dc.subject การจัดสมดุลสายการผลิต en
dc.subject Assembly-line balancing en
dc.subject รถปิคอัพ en
dc.subject รถกระบะ en
dc.subject Pickup trucks en
dc.title การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารสายการประกอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กของประเทศไทย en
dc.title.alternative A Comparative Study of Management in the Assembly Line of One Ton Pick-up Trucks in Thailand en
dc.type Independent Studies en
dc.degree.name บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต en
dc.degree.level ปริญญาโท en
dc.degree.discipline บริหารธุรกิจ en


Files in this item

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record

Search DSpace


Advanced Search

Browse

My Account