Abstract:
การศึกษาสภาพการเรียนต่อของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ (ปัจจุบัน) ได้ศึกษาถึงความตั้งใจในการเรียนต่อของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตอำเภอบางพลี และกิ่งอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการโดยพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับนักเรียน เช่น ทัศนคติ การเรียนต่อ ปทัสถานจิตวิสัย เพศ ผลการเรียน จำนวนพี่น้อง และปัจจัยที่เกี่ยวกับผู้ปกครอง เช่น อาชีพ รายได้ ฐานะทางเศรษฐกิจ ความคาดหวังในการประกอบอาชีพของบุตร ความตั้งใจในการส่งเสียบุตร ความต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้มีโอกาสเรียนต่อ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 2 และ 3 จากวิธีการสุ่มตัว อย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Sampling) จากโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา 3 แห่ง คือ โรงเรียน สมุทรพิทยาคม จำนวน 100 คน โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม จำนวน 100 คน และ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จำนวน 200 คน โดยใช้สถิติพื้นฐาน เพื่อหาค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ยของตัวแปรต่างๆ และสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way Analysis of Variance) ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ผลจากกการศึกษาพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ตัดสินใจเรียนต่อร้อยละ 73.7 มีผู้ตัดสินใจไม่เรียนต่อเพียงร้อยละ 1.6 โดยผลการเรียนมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเรียนต่ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นักเรียนที่มีผลการเรียนดีส่วนใหญ่ตัดสินใจเรียนต่อ ขณะที่นักเรียนที่เรียนอ่อนส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่อหรือไม่ นอกจากนั้น ผลการศึกษาพบว่านักเรียนมีความต้องการความช่วยเหลือในการยกเว้นค่าเล่าเรียนสูงที่สุด รองลงมาคือการได้รับทุนการศึกษา จากการวัดทัศนคติต่อการเรียนต่อของนักเรียนในด้านต่างๆ เช่น ด้านความรู้ ด้านความก้าวหน้า ด้านการนำความรู้ไปใช้ ด้านประสบการณ์ชีวิต ด้านความพอใจ ด้านผลดีผลเสีย ด้านความลำบาก ด้านโอกาสในการทำงาน ด้านเพื่อน ด้านความสิ้นเปลือง ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีทัศนคติค่อนข้างดีต่อการเรียนต่อ และนักเรียนที่ตัดสินใจเรียนต่อมีทัศนคติต่อการเรียนต่อเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนกลุ่มอื่น และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปทัสถานจิตวิสัยและการคล้อยตามสูง มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการเรียนต่อ นักเรียนมีการคล้อยตามพี่น้อง และลูกพี่ลูกน้อง และครู ในการเรียนต่อมากที่สุด ส่วนพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา และปู่ย่าตายาย มีผลทำให้นักเรียนคล้อยตามในเรื่องการเรียนต่อ ในลำดับรองลงมา ผลการศึกษานำมาสู่ข้อเสนอแนะดังนี้ ข้อเสนอแนะในระดับนโยบาย ควรสนับสนุนด้านงบประมาณ ความต่อเนื่องของนโยบาย และการกำหนดนโยบายการรับคนเข้าทำงานให้จูงใจนักเรียนในการเรียนต่อ เพื่อสนับสนุนทางการศึกษาให้นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนต่อ ข้อเสนอแนะในระดับสถาบัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว องค์การเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของการเรียนต่อและสนับสนุนให้นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนต่อให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศในอนาคต ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบสภาพการเรียนต่อระหว่างปัจจัยด้านสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและปัจจัยด้านภูมิประเทศที่แตกต่างกัน