การวิิจััยครั้งนี้เป็นการวิิจััยแบบหาความสััมพัันธ์์เชิิงทำนาย เพื่อศึึกษาปัจจััยทำนายพฤติิกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูงที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 100 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสุขภาพ แบบสอบถามปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .79-.89 และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง มีค่าความเชื่อมั่น .71 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกันความดันโลหิตสูงมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดยรวมในระดับดี (M=3.14, SD=2.5) การรับรู้ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และสิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 45.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (R2= .456, p<.001) โดยการรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองสามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูงได้มากที่สุด (Beta = .341, p<.01)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง โดยเน้นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรุนแรงของโรคและประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแก่ผู้ป่วยและญาติ
This predictive correlational research aimed to explore the factors predicting stroke preventive behaviors in diabetes mellitus patients with hypertension. The samples were 100 diabetes mellitus patients with hypertension who received medical services at Nongprue Sub-district Health Promoting Hospital, Bang Phli District, Samut Prakan Province. The research instruments included a general and health status information questionnaire, a factor influencing stroke preventive behavior questionnaire with the reliabilities in the range of .79–.89, and a stroke preventive behavior questionnaire with a reliability of .71. Data were collected from September to November 2023. Statistics used for data analysis included frequency, percentage, mean, standard deviation, and stepwise multiple regression analysis.
The research results revealed that the diabetes mellitus patients with hypertension demonstrated overall mean score of stroke preventive behaviors at a good level (M = 3.14, SD = .25). Perceived severity, perceived benefits, and cues to action could statistically significantly explain stroke preventive behaviors in diabetes mellitus patients with hypertension about 45.60% of the variance (R2 = .456, p < .001). The most predicting factor was perceived benefits (Beta = .341, p < .01).
This research suggests that nurses and healthcare workers should provide activities to promote stroke preventive behaviors in diabetes mellitus patients with hypertension, focusing on the enhancement of perceived severity and perceived benefits among the patients and their relatives.