Abstract:
การวิจัยเรื่อง การปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2542) : ศึกษาเฉพาะกรณีการคุ้มครองเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ในคดีอาญาในจังหวัดสมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจและความคิดเห็นของข้าราชการ ตำรวจ และนักสังคมสงเคราะห์ ที่มีต่อการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2542 เพื่อศึกษากระบวนการปฏิบัติงานของข้าราช การตำรวจและนักสังคมสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2542 และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ต้องหา พยาน หรือผู้เสียหายที่ เป็นเด็ก ต่อกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2542 โดยจะศึกษาการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจและนักสังคม สงเคราะห์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในด้านงานสอบสวน โดยศึกษาเฉพาะกรณีการคุ้มครองเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ในคดีอาญา ในจังหวัดสมุทรปราการ ผลการวิจัยพบว่า ข้าราชการตำรวจและนักสังคมสงเคราะห์มีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ ของกฎหมายข้อนี้ โดยข้าราชการตำรวจเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวทำให้กระบวนการสอบสวนมีความ โปร่งใส โดยมีบุคคลหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบสวนเด็ก และการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการ บันทึกการสอบสวนตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้การสอบสวนไม่ต้องดำเนินการหลายครั้ง ส่วนนัก สังคมสงเคราะห์เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถคุ้มครองสิทธิของเด็กในกระบวนการสอบสวนได้จริง
ในส่วนของกระบวนการสอบสวน ข้าราชการตำรวจเห็นว่าการมีบุคคลหลายฝ่ายเข้าร่วม สอบสวนได้ผลใน 2 ด้าน ด้านแรก เด็กจะรู้สึกอบอุ่นใจที่มีบุคคล เช่นบุคคลที่เด็กร้องขอหรือนัก สังคมสงเคราะห์เข้ารับฟังด้วย ทำให้กล้าพูดมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน คดีที่เด็กเป็นฝ่ายเสียหายเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ข้าราชการตำรวจมีความเห็นว่าการมีบุคคลหลายฝ่ายร่วมซักถามทำให้เด็กหญิงอับอายและมีความทุกข์ใจในการให้ปากคำมาก สำหรับเด็กที่มีส่วนในคดีอาญา ทั้งฝ่ายผู้ต้องหาและผู้เสียหาย มีความรู้สึกว่าการได้พูดคุยกับ นักสังคมสงเคราะห์ก่อนช่วยให้เด็กผ่อนคลายจากความกลัวและความวิตกกังวล ส่วนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานในกระบวนการสอบสวน ทั้งข้าราชการตำรวจและนักสังคมสงเคราะห์มีความเห็นตรงกันว่า ในปัจจุบันบุคลากรที่เข้าร่วมกระบวนการสอบสวน โดยเฉพาะ นักสังคมสงเคราะห์มีไม่เพียงพอ สถานที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังไม่พร้อม จากผลการวิจัยนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่าเพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างมีประ สิทธิภาพ สามารถคุ้มครองเด็กในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างแท้จริง ความเร่งเพิ่มอัตรากำลังของ นักสังคมสงเคราะห์ที่ผ่านการอบรมและพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นเพศหญิง และเร่งจัดหาสถานที่และอุปกรณ์ให้พร้อมมากขึ้น