Abstract:
การศึกษาเรื่อง การสนับสนุนทางสังคมและการพึ่งตนเองของคนพิการที่กู้เงินจากสำนัก งานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดสมุทรปราการ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการสนับสนุนทางสังคมจากเครือข่ายทางสังคมของคนพิการ ศึกษาความสามารถในการพึ่งตนเองของคนพิการ และศึกษาความสัมพันธ์ของการสนับสนุนทางสังคมจากเครือข่ายทางสังคมที่มีผลต่อการพึ่งตน เองของคนพิการ โดยทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่กู้เงินจากสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิ การจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 190 ราย และสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 3 ราย โดยเก็บรวบรวมข้อ มูลจากแบบสอบถามด้วยตนเองทั้งหมด สถิติที่ใช้ในการศึกษาคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/PC ผลการศึกษาดังนี้ ผู้พิการส่วนใหญ่เป็นเพศชายอายุระหว่าง 30-39 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา สถาน ภาพสมรสแล้ว ส่วนใหญ่มีความพิการทางกาย/ทางการเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้า ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล รายได้อยู่ระหว่าง 1,000 - 35,000 บาท ผลการศึกษาการสนับสนุนทางสังคมจากเครือข่ายทางสังคม พบว่ากลุ่มตัวอย่างได้รับการ สนับสนุนด้านอารมณ์จากครอบครัวมากที่สุดในด้านการยอมรับว่าเป็นคนมีความสามารถในการหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนการสนับสนุนทางสังคมจากญาติ เพื่อน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในด้านต่าง ๆ นั้น กลุ่มตัวอย่างได้รับการสนับสนุนในระดับปานกลาง ผลการศึกษาการพึ่งตนเอง พบว่า ความสามารถพึ่งตนเองของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยคนพิการสามารถพึ่งตนเองระดับมาก ในด้านความพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่เมื่อพบกับความล้มเหลวในการประกอบอาชีพ และความอดทนต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนความ สามารถในด้านการมีรายได้เงินทุนเหลือเก็บ และความสามารถในการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ บุคคลอื่น พบว่า ความสามารถในการพึ่งเองในด้านดังกล่าวอยู่ในระดับน้อย ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยข้อมูลทั่วไปกับการสนับสนุนทางสังคมที่มี ความ สัมพันธ์กับการพึ่งตนเอง พบว่าในด้านปัจจัยข้อมูลทั่วไป สถานภาพสมรสกับอาชีพปัจจุบันมีความ สัมพันธ์กับการพึ่งตนเองของคนพิการ ส่วนการสนับสนุนทางสังคม ครอบครัว ญาติ และหน่วยงาน ภาคเอกชนมีความสัมพันธ์กับการพึ่งตนเองของคนพิการ สำหรับข้อเสนอแนะจากการศึกษาในระดับนโยบาย รัฐควรส่งเสริมด้านการศึกษาแก่คน พิการให้ทั่วถึงทั่วประเทศ ขยายบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพสำหรับคนพิการ ส่ง เสริมและสนับสนุนสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และควรเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการปรับเปลี่ยนระเบียบต่าง ๆ เช่นระเบียบการกู้เงิน รวมทั้งสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนที่ทำงาน เกี่ยวกับคนพิการให้เป็นระบบ ส่วนในระดับปฏิบัติการหน่วยงานภาครัฐควรปรับทิศทางการทำงานเป็นเชิงรุกเพื่อให้การ คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิคนพิการอย่างทั่วถึง ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการควรจัดหน่วยเคลื่อนที่ออก ไปให้การฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นตามชุมชนต่าง ๆ และควรเพิ่มบทบาทการทำงานของหน่วยงาน ภาคเอกชนให้มีการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น ทั้งในด้านการฝึกอาชีพและการจัดหางานสำหรับคนพิการ