การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพและปัจจัยที่มีความสามารถในทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านอนามัยส่วนบุคคลตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายสังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 410 คน สุ่มตัวอย่างโดยวิธีอาศัยความน่าจะเป็นด้วยการเลือกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ประกอบด้วยแบบรวบรวมข้อมูลทั่วไป และแบบวัดต่าง ๆ ที่มีมาตรวัด 3 ระดับได้แก่ แบบวัดการรับรู้ประโยชน์ของพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้อุปสรรคของพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านการส่งเสริมสุขภาพ อิทธิพลความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และแบบวัดพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ระยะเวลาในการเก็บรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ถึง วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2544 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สมการถดถอยพหุคูณโดยใช้เทคนิคแบบขั้นตอน (Stepwise multiple regression analysis)ผลการวิจัยพบว่า
1. นักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดกรงเทพมหานคร มีภาพรวมพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านอนามัยส่วนบุคคลตามสุขบัญญัติแห่งชาติอยู่ในระดับดี ซึ่งรวมด้านการดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย การแปรงฟัน และการล้างมือ
2. การรับรู้ประโยชน์ของพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ และอิทธิพลความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เป็นปัจจัยที่สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านอนามัยส่วนบุคคลตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้ร้อยละ 16.8 (R3 = 0.168, p < 0.01) ซึ่งสามารถเขียนสมการทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านอนามัยส่วนบุคคลตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนประถมศึกษาตอบปลาย ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในรูปแบบคะแนนดิบ ได้ดังนี้
พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย = 17.919 + 0.299 (การรับรู้ประโยชน์ของพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ) + 0.124 (อิทธิพลความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล)
The purpose of this research was to study health promoting behavior and factors predicting personal hygiene health promoting behavior based on National Health Recommendations among students of grade 4-6 in Bangkok metropolitan schools. Cluster random sampling random sampling method was used to collect a sample, which consisted of 410 students of grade 4-6 in Bangkok. The instrument was a three-level rating-scale questionnaire on perceived benefit, perceived barrier, perceived self-efficacy, interpersonal influence and health-promoting behavior. The data were collected from May 21 to June 4, 2001. Stepwise multiple regression was employed to analyzed the data. The results of the study were as follows :
1. Students of grade 4 - 6 in Bangkok metropolitan area schools showed a good level of personal hygiene health promoting behavior based on National Health Recommendations scale scores were in a good level as well.
2. Two variables : perceived benefits of health-promoting behavior and interpersonal influences together were significant predictors of the personal hygiene health promoting behavior based on National Health Recommendations among students of grade 4-6 in Bangkok metropolitan area schools at 16:8 percent (R3 = 0.168 , p = 0.01) the regression equation in raw score was follows :
Health-promoting behavior of grade 4-6 students in Bangkok metropolitan schools = 17.919 + 0299 (perceived benefits of health promoting behavior) + 0.124 (interpersonal influences)