การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิต ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกอย่างเจาะจงจากผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงเกินระดับ 1 ขึ้นไป ค่าความดันโลหิต 159/99 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และมารับการตรวจรักษาที่สถานีอนามัยตำบลทับตีเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 54 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเอง และแบบสอบถามพฤติกรรมดูแลตนเอง ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.78 การดำเนินการวิจัยเริ่มจากประเมินความดันโลหิตและพฤติกรรมการดูแลตนเอง จากนั้นดำเนินการตามโปรแกรม 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ขั้นสลายพฤติกรรมและขั้นสร้างมนุษยสัมพันธ์และเกิดปฏิสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ขั้นสร้างมนุษย์สัมพันธ์เกิดปฏิสัมพันธ์และขั้นสร้างสรรค์ก่อเกิดความคิดริเริ่ม ครั้งที่ 3 ขั้นสร้างสรรค์ก่อเกิดความคิดริเริ่มและขั้นการระดมความคิด ครั้งที่ 4 ขั้นการระดมความคิดและขั้นประเมินผล ใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ จึงวัดความดันโลหิต และพฤติกรรมการดูแลตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (paired t-test) ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำแนกรายด้าน พบว่า ด้านการปฏิบัติตัวทั่วไปค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.0 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.4) ด้านการรับประทานยาและการเลือกอาหารค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.0 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.4) ด้านการออกกำลังกายค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.2 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.7) และด้านการผ่อนคลายความเครียดค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.4 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.6) และหลังจากเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเอง พบว่า มีอาการเวียนศีรษะคิดเป็นร้อยละ 37.0 พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย การดูแลตนเองพบว่า อยู่ในระดับดีกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองในภาพรวมหลังเข้าโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.001) โดยพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการออกกำลังกายและด้านการผ่อนคลายความเครียดสูงกว่าก่อนเข้าโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.001) ส่วนระดับความดันโลหิตหลังเข้าร่วมโปรแกรมผู้ป่วยมีค่าระดับความดันโลหิตระดับ 1 ร้อยละ 64.9 จึงพบว่า ระดับความดันโลหิตภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.001) โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าความดันซีสโตลิค ผลการวิจัยเสนอแนะให้พยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนและบุคลากรสาธารณสุขประยุกต์โปรแกรมส่งการการดูแลตนเองแก่ผู้ที่มีระดับความดันโลหิตสูงเกิน 1 ในชุมชนอื่นๆ
The objective of this quasi - experimental research was to investigate the
effectiveness of Self-care Behavior Promoting Program on self-care behavior and blood
pressure level in essential hypertensive clients. The 54 purposive samplings were
selected, have has level 1 higher blood pressure (>159/99 mmHg) and have been
receiving hypertensive drugs at Tabteelek district health service center, amphur mueng,
Supanburi province. The research instruments were Self-care Behavior Promoting
Program and questionnaires related to self-care behaviors. The content validity and
reliability of the questionnaire were tested, the alpha-coefficient was 0.78. The research
processes were composed of blood pressure assessment, self-care behavior assessment, and self-care behavior promoting program implementation, respectively. The Self-care
Behavior Promoting Program consisted of 4 stages of 10 trial weeks : 1) ice breaking and
humanization with interaction, 2) humanization with interaction and creation, 3) creation
and brain stroming, and 4) brain stroming and evaluation. Data were analyzed by
percentage, average, standard deviation, and paired t-test. Results of this research were found that self-care behaviors before implementing
Self - Care Behavior Program, mean of their basic self-care behaviors was 3.0 (SD = 0.4),
mean of drug administration and diet management was 3.0 (SD = 0.4) mean of their
exercise behavior was 3.2 (SD = 0.7), and the mean of stress management was 3.4,
(SD = 0.6) respectively. After the program. 37.0 percent had dizziness. All of patients'
self-care behaviors were better than before implementing program (p = 0.001 ). mean of
exercise behavior and stress management was significantly different (p = 0.001). Also the
level of blood pressure after implementing the program, 64.9 percent of patients had high
blood pressure at level 1. There are, blood pressure level was lower after implementing
the program, especially systolic score was significantly decreased (p = 0.001 ). The suggestions from this research is that the community nurse practitioner and
health care personnel should apply this program for level 1 the high blood pressure in
other communities.