Please use this identifier to cite or link to this item: https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5138
Title: พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินของประชาชนจัหวัดลพบุรี : กรณีศึกษา 1-2-Call Happy Dprompt Orange
Other Titles: Customer Behavior of Prepaid Phone for the People in Lopburi Province : Case Study of 1-2-Call, Happy Dprpmpt and Orange
Authors: สมยศ อวเกียรติ
Somyos Avakiat
สุทธิพงษ์ นาถทัย
Suttipong Nattai
Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration
Keywords: พฤติกรรมผู้บริโภค
Consumer behavior
โทรศัพท์เคลื่อนที่
Cell phones
ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ – ไทย – ลพบุรี
Cell phone users – Thailand -- Lopburi
Issue Date: 2004
Publisher: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
Abstract: การวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินในจังหวัดลพบุรี” เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินของประชาชนจังหวัดลพบุรี และเพื่อศึกษาปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาดของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินของประชาชนในจังหวัดลพบุรี การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้ตัวอย่าง 400 ตัวอย่าง สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยจัดทำโดยได้นำแบบสอบถามที่ได้รวบรวมมาวิเคราะห์ ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม SPSS for WINDOW สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง และตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ ระหว่างปัจจัยบุคคลซึ่งเป็นตัวแปรอิสระ กับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นตัวแปรตาม โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยสถิติ Chi-Squaer (x2) จากการศึกษา พบว่า คุณลักษณะบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 400 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 53.5 สถานภาพส่วนมากจะโสดคิดเป็นร้อยละ 54.5 อายุส่วนมากอยู่ในช่วง 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.5 อาชีพ ร้อยละ 36.3 จะเป็นนักศึกษา ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ปวส./อนุปริญญา คิดเป็นร้อยละ 48 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 5,000-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 37.3 ในส่วนของพฤติกรรมของการใช้โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ จะใช้ระบบ 1-2-Call คิดเป็นร้อยละ 43 รองลงมาคือระบบ Happy Dpromt ร้อยละ 35.5 รูปแบบการเติมเงินส่วนใหญ่จะซื้อมาเติมเอง หรือให้ร้านเติมให้เลยคิดเป็นร้อยละ 96 รองลงมา คือ การเติมเงินผ่าน ATM กับการเติมที่ศูนย์บริการ คิดเป็นร้อยละ 7 เท่ากันในการเติมเงินในแต่ละครั้งจะเติมจำนวนครั้งละ 300 บาท คิดเป็นร้อยละ 66.8 และความถี่ในการเติมเงิน จะมีความถี่ที่ 1 ครั้งมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 57.8 เวลาในการใช้แต่ละครั้งส่วนมากจะใช้อยู่ในช่วง 1-5 นาทีคิดเป็นร้อยละ 70 ส่วนใหญ่ในการตัดสินใจใช้โทรศัพท์แบบเติมเงิน และการเติมเงินตัวเอง จะเป็นคนตัดสินใจเป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 78.8 รองลงมา คือ ครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 18.5 และเหตุผลส่วนใหญ่ในการใช้โทรศัพท์จะใช้ติดต่อกับเพื่อนคิดเป็นร้อยละ 39.3 รองลงมา คือ ใช้ติดต่อกับครอบครัวร้อยละ 36 ช่วงเวลาที่ใช้มากที่สุดจะอยู่ในช่วง 18.00 น. – 22.00 น. คิดเป็นร้อยละ 42.5 รองลงมา อยู่ในช่วงเวลา 14.00 น. – 18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 27.8 จากการศึกษา พบว่า ปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินมีดังนี้ ในระดับมากที่สุด ได้แก่ การมีค่าบริการทางโทรที่ถูก ระยะการเติมเงินที่ยาว หาซื้อได้สะดวก ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อในระดับมาก ได้แก่ มีเครือข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ ความคมชัดของสัญญาณ ขั้นตอนการเติมเงินที่ไม่ยุ่งยาก ระบบที่ให้บริการ โปรโมชั่นที่ได้ มีให้เลือกหลายราคา มีบริการเสริมที่หลากหลาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์
Description: ภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2547
URI: https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5138
Appears in Collections:Business Administration - Independent Studies



Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.