Please use this identifier to cite or link to this item: https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5310
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.advisorสุชาติ สังข์เกษม-
dc.contributor.advisorSuchart Sangkasem-
dc.contributor.authorสุมาลี สุรัชนีนพดล-
dc.contributor.authorSumalee Suratchanenophadol-
dc.contributor.otherHuachiew Chalermprakiet University. Faculty of Business Administration-
dc.date.accessioned2026-03-14T06:59:01Z-
dc.date.available2026-03-14T06:59:01Z-
dc.date.issued2000-
dc.identifier.urihttps://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/5310-
dc.descriptionภาคนิพนธ์ (บธ.ม.) (บริหารธุรกิจ) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ, 2543en
dc.description.abstractระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (Generalized System of Preferences: GSP) เป็นระบบที่เข้ามามีบทบาทในการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2514 จนถึงปัจจุบันมากกว่า 28 ปี โดยเป็นการให้สิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีศุลกากรกับสินค้าบางรายการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าของประเทศเหล่านั้นในตลาดโลก ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ได้รับ GSP ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับสิทธิ GSP มาตั้งแต่ปี 2514 และที่ผ่านมา GSP เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งออกของไทยโดยมีมูลค่า 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือร้อยละ 0.65 ของมูลค่าส่งออกรวมโดยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 22 ในปี 2535 และลดลงเป็น ร้อยละ 15.7 หรือ มูลค่า 8,542.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2541 โดยระบบ GSP ที่ไทยใช้สิทธิสูง คือ ระบบ GSP ของสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมกันคิดเป็นร้อยละ 93.3 ของ การใช้ GSP ทั้งหมดของไทย โดยไทยใช้ GSP ของสหภาพยุโรปสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45-55 ของ การใช้ GSP รวมของไทย รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา ประมาณร้อยละ 20-30 และญี่ปุ่น ประมาณร้อยละ 12-20 สินค้าที่ไทยใช้ GSP มีมูลค่าสูงในประเทศคู่ค้าสำคัญประกอบด้วย - สหภาพยุโรป ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องประมวลข้อมูลรถบรรทุกสินค้าชนิดแวนและชนิดปิกอัพ กุ้งแช่แข็ง ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ สัปปะรดปรุงแต่ง กุ้งปรุงแต่ง มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องเปลี่ยนกระแสไฟฟ้า ปลาหมึกดอง เป็นต้น - สหรัฐอเมริกา ได้แก่ จอคอมพิวเตอร์ เครื่องรูปพรรณทำด้วยโลหะมีค่ากรอบรูปทำด้วย ไม้ พัดลม เครื่องรับโทรทัศน์สีพร้อมเครื่องรับวีดีโอ ภาชนะหุงต้มและเครื่องครัว ลำโพง เป็นต้น ญี่ปุ่น ได้แก่ กุ้งปรุงแต่ง ส่วนอื่น ๆ ของสัตว์ปรุงแต่งยกเว้นสัตว์ปีก เดกซ์ตริน และ โมดิไฟดัส ปลาทูน่าปรุงแต่ง กระสอบ และถุงทำด้วยโพลิเมอร์ เป็นต้น การส่งออกของไทยภายใต้ GSP มีแนวโน้มลดลง และคาดว่าในอนาคตการส่งออก ภายใต้ GSP ของไทยจะลดลงอีกเนื่องจาก - การกำหนดเงื่อนไขของประเทศที่ให้ GSP เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการผูกพันกับระดับการพัฒนาประเทศและเงื่อนไขทางสังคม เช่น การคุ้มครองแรงงาน สิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ ทำให้มีการใช้ GSP ได้ยากขึ้น เนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไข ความไม่แน่นอนในการให้ GSP สหภาพยุโรปได้แบ่งการให้ GSP ในปี 2538-2547 ออกเป็น 3 ช่วง เพื่อทบทวนเงื่อนไข รวมทั้งรายชื่อประเทศที่ได้รับ GSP ได้ง่ายขึ้นในขณะที่ ปัจจุบันสหรัฐฯทบทวนการให้ GSP ทุกปี อันเป็นการสร้างความไม่แน่นอนให้กับระบบดังกล่าว ทำให้ประเทศที่หวังพึ่งการส่งออกภายใต้ GSP เป็นหลัก ไม่สามารถวางแผนการผลิตและ ขยายการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ - การเปิดเสรีภาพทางการค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ประโยชน์ GSP น้อยลง การเจรจาการค้า หลายฝ่ายในอนาคต จะมีการเปิดตลาดเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ อัตราภาษีทั้งสินค้าเกษตร และ อุตสาหกรรมจะมีแนวโน้มลดลง เมื่ออัตราภาษีลดลง GSP จะมีประโยชน์น้อยลงด้วย อีกทั้งแนวโน้มในการทำความตกลงเปิดเสรีทางการค้าเป็นสาขามากขึ้น เช่น สินค้าเทคโนโลยี สารสนเทศ (IT) ซึ่งไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้า และในอนาคตจะมีการผลักดันให้มีการเปิดเสรี ทำนองนี้เพิ่มขึ้น หลักการดั้งเดิมของ GSP เปลี่ยนไป ที่กำหนดไว้ในข้อตัดสินใจของการเจรจาการค้า หลายฝ่ายรอบโตเกียว เมื่อปี 2522 เกี่ยวกับการให้สิทธิพิเศษกับประเทศกำลังพัฒนา คือ ให้เป็นการทั่วไป (Generalized) ให้โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน (Non Reciprocal) และให้โดยไม่เลือกปฏิบัติ (Non Didorimination) สหภาพยุโรป การให้ GSP โดยผูกโยงไว้กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปราบปราม ยาเสพติด การคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานระหว่างประเทศ เท่ากับเป็นการเรียกร้องสิ่งตอบแทนที่ไม่เกี่ยวกับการค้าโดยตรง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของประเทศที่ได้รับ GSP สูงขึ้น - สหรัฐฯ ได้กำหนดเงื่อนไขในการให้ GSP ไว้กับการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานระหว่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการเปิดตลาดให้กับ สินค้าของสหรัฐฯ ก็คือว่าเป็นการเรียกร้องสิ่งตอบแทนทั้งสิ้น ดังนั้น จากผลการศึกษาในครั้งนี้จึงสรุปได้ว่า ประเทศไทยควรมองผลประโยชน์จาก GSP เป็นเรื่องระยะสั้นและไม่มีความแน่นอน เพราะโครงการ GSP มีระยะเวลาสั้นลงจนกระทั่ง เป็นโครงการรายปี และการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาวของไทย จึงไม่ควรใช้ปัจจัย การได้รับ GSP มาเป็นข้อตัดสินใจในการวางแผนen
dc.language.isothen
dc.publisherมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติen
dc.rightsมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติen
dc.subjectอุตสาหกรรมการส่งออก – ไทยen
dc.subjectสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรen
dc.subjectTariff preferencesen
dc.subjectการสร้างการค้าen
dc.subjectTrade creationen
dc.subjectการเบี่ยงเบนทางการค้าen
dc.subjectTrade diversionen
dc.subjectสินค้าออกen
dc.subjectExportsen
dc.subjectภาษีศุลกากรen
dc.subjectพิกัดอัตราศุลกากรen
dc.subjectTariffen
dc.titleปัญหาอุปสรรคและแนวโน้มของระบบสิทธิพิเศษทางการภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP)en
dc.title.alternativeProblems, Difficulties and the Likelihood of Receiving Special Customs Treatment under the Generalized System of Preference (GSP)en
dc.typeIndependent Studiesen
dc.degree.nameบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตen
dc.degree.levelปริญญาโทen
dc.degree.disciplineบริหารธุรกิจen
Appears in Collections:Business Administration - Independent Studies



Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.