霂瑞霂��撘����迨��辣: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6027
Title: ภาวะสับสนอย่างเฉียบพลัน : มุมมองใหม่ในการป้องกันดูแล
Authors: อรพินท์ สีขาว
Orapin Sikao
Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Nursing
Keywords: ภาวะสับสนเฉียบพลัน – ผู้ป่วย – การดูแล
Acute confusional state – Patients -- Care
อาการเพ้อ
Delirium
แนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิก
Clinical nursing practice guideline
วิทยาศาสตร์สุขภาพ
Issue Date: 2003
Publisher: สำนักพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
Citation: วารสาร มฉก. วิชาการ 7, 13 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2546) : 91-101
Abstract: ภาวะสับสนอย่างเฉียบพลัน เป็นอาการผิดปกติชั่วคราวของการนึกคิด โดยมักจะพบในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค สาเหตุ เชื่อว่ามาจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1) สาเหตุที่กระทำต่อสมองโดยตรงหรือมีการรบกวนระบบทางสรีรวิทยา 2) การรบกวนทางภาวะจิตใจ 3) การรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก 4) การรบกวนทางเภสัชวิทยาจากการใช้ยาหลายชนิด ผู้ป่วยจะแสดงอาการออกมาหลายรูปแบบ เช่น มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น หรือลดลง หรือทั้งสองแบบผสมกัน มีการเปลี่ยนแปลงด้านการนึกคิด สมาธิ อารมณ์ การรับรู้เวลา สถานที่ ความจำ ในการประเมินผู้ป่วย พยาบาลควรใช้ทักษะการสังเกต การสัมภาษณ์ และการทดสอบความนึกคิด เชาว์ปัญญา การรับรู้ การแปลความหมาย และการสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้ป่วย โดยมองผู้ป่วยอย่างเป็นระบบเปิด และประเมินผู้ป่วยตามบริบทและสภาพแวดล้อมของผู้ป่วย พยายามหาสาเหตุที่เฉพาะเจาะจง จากนั้นจึงวางแผนการพยาบาลที่มีความเป็นไปได้ มีเป้าหมาย มีกิจกรรม และมีส่วนร่วมของทีมการพยาบาล มีการบันทึกและประเมินสภาพผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง บทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพยาบาล ได้แก่ การป้องกันและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง โดยการเตรียมผู้ป่วยชี้แจงให้ผู้ป่วยเข้าใจ ให้ความกระจ่างในการพยาบาล หรือสิ่งแวดล้อม ให้การสัมผัส และติดตามผลการตอบสนองของผู้ป่วย นอกจากนี้พยาบาลควรต้องเรียนรู้การใช้เทคนิคเฉพาะด้านในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาต่างๆ เช่น มีความนึกคิดบกพร่อง ประสาทหลอน ตื่นตระหนก สูญเสียความทรงจำ เป็นต้น
URI: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6027
�蝷箔����:Nursing - Articles Journals

��辣銝剔�﹝獢�:
獢�獢� ��膩 憭批���撘� 
Acute-confusional-state.docx13.54 kBMicrosoft Word XML璉�閫�/撘��


�DSpace銝剜�������★��������雿��.