Abstract:
ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่นิยมกันมากเนื่องจากนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพกันมากขึ้น และมีรูปแบบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากมาย เช่น การนวด สปา วารีบำบัด อาบน้ำแร่ และอาหารเพื่อสุขภาพเป็นต้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุชภาพให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยอย่างถูกสุขลักษณะและให้ยั่งยืนต่อไป จากการศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาแผนการตลาดดสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุชภาพของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุชภาพของนักท่องเที่ยวและเพื่อศึกษาระดับความสำคัญของปัจจัยทางการตลาดในการเลือกใช้บริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการตลาดดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยแจกแบบสอบถาม 400 ชุด จากประชาชนหรือคนที่ทำงานอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แจกในสถานที่ที่แบ่งไว้ตามการแบ่งเขตของกรุงเทพฯ โดยแบ่งเป็นกรุงเทพฯ เขตชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอก โดยจะใช้วิธีจับฉลาก จับได้ 3 เขตมี 1) เขตสาธร 2) เขตบางนา 3) เขตบางขุนเทียน
การศึกษาจะทำให้ทราบถึงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุอยู่ระหว่าง 21-31 ปี สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี ทำงานบริษัท รายได้อยู่ระหว่าง 10,001-20,000 บาทต่อเดือน พฤติกรรมในการเดินทางนอกจากการเที่ยวเพื่อพักผ่อนและสัมผัสกับะรรมชาติโดยการใช้รถส่วนตัวในการเดินทางเพื่อความสะดวกสบายก็จะเดินทางมากับคนในครอบครัวเดือนละประมาณ 1-2 ครั้งต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวส่วนมากจะต่ำกว่า 10,000 บาท ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับก็จะเป็นจากเพื่อนหรือญาติ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้ความสำคัญกับด้านสถานที่ เรื่องความสะอาด ในระดับมากที่สุด และด้านผู้ให้บริการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความซื่อสัตย์ของพนักงาน ในระดับที่มากที่สุด ส่วนด้านการให้บริการนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเรื่องความรวดเร็วในการบริการข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในระดับที่มากที่สุด และด้านการตลาดให้ความสำคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับที่มาก ส่วนรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับการรับประทานอาหารปลอดสารพิษ และการบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพร
ลักษณะทางด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวแตกต่างกันลักษณะทางด้านประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวมากที่สุด ได้แก่ ด้านอายุให้ความสำคัญทั้งหมด 4 ด้าน รองลงมาได้แก่ ด้านการศึกษา รายได้
ลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลให้การให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการตลาดในการเลือกใช้บริการการท่องเที่ยวต่างกัน ลักษณะทางด้านประชากรศาสตร์ด้านอาชีพมีความสำคัญกับปัจจัยทางการตลาดในการเลือกใช้บริการท่องเที่ยวมากที่สุด คือ 3 ด้าน รองลงมา ได้แก่ เพศและรายได้ต่อเดือน จำนวน 2 ด้าน ส่วนด้านอื่นให้ความสำคัญเพียงด้านเดียว ส่วนอายุนั้นไม่มีผลต่อการให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการตลาดในการเลือกใช้บริการการท่องเที่ยว
การศึกษาครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เข้ามาศึกษาและผู้ประกอบการที่สนใจเกี่ยวกับผลของการศึกษาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในครั้งนี้