Abstract:
ประเทศไทยมีการผลิตถุงพลาสติกบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาช้านานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะทำ แบบห้องแถว โรงงานขนาดเล็กและขนาดย่อม ขายตามท้องตลาดทั่วไป ต่อมาเศรษฐกิจเริ่มมีการ ขยายตัวดีขึ้น จึงมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น มีการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ เพื่อทำการผลิตตามความ ต้องการของลูกค้า เช่น การสกรีนรูปแบบต่าง ๆ ส่งให้กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิก ยานยนต์ เสื้อผ้า เครื่องหนังต่าง ๆ จนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ปัจจุบันอุตสาหกรรมถุงพลาสติก ไทยมีการขยายตัวมากขึ้นสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก ในปี 2549 อุตสาหกรรมถุงพลาสติกสามารถสร้างรายได้รวมถึง 80,000 ล้านบาท / ปี โดยในจำนวนนี้เป็น ยอดขายภายในประเทศ 79% และเป็นยอดขายจากการส่งออก 21% ในปี 2543 อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็คทรอนิก มีการกระเดื่องขึ้น ทำให้ตลาดถุงพลาสติก มีแรงซื้อจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจของอุตสาหกรรมหลายประเภทอยู่ในภาวะ ปรับตัวและฟื้นตัวได้แล้ว การลงทุนและร่วมทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการปรับปรุง และขยายของโรงงาน อย่างไรก็ตามการแข่งขันของอุตสาหกรรมถุงพลาสติกยังคงรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตลาดระดับล่างถึงปานกลาง ซึ่งมีการแข่งขันกันมากในเรื่องของการใช้กลยุทธ์ด้านราคา เพราะมีรูปแบบถุงพลาสติกที่เหมือนกัน และระบบการขายที่แตกต่างกัน จึงทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถ เห็นถึงความแตกต่างของสินค้าของแต่ละบริษัทได้ ส่วนการตลาดถุงพลาสติกระดับบนยังคง แข่งขันในการสร้างภาพพจน์และรูปแบบใหม่ ๆ ของสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ตลอดจนการให้บริการ สินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่การใช้ถุงพลาสติกบรรจุภัณฑ์ในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของ โรงงานผู้ผลิตสินค้าส่งออกและผู้ใช้ถุงตลาดทั่วไป การศึกษาการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและศึกษาภาพรวมของอุตสาหกรรม รวมทั้ง ข้อมูลของบริษัท เอส.ค.คอนซัมเมท จำกัด เฉพาะยอดขายในประเทศเพื่อเปรียบเทียบกับตลาดและ จากการที่ผู้ศึกษาได้ให้ข้อเสนอแนะในการบริหารงานและแก้ไขสภาวะการตลาดให้ดีขึ้น โดยใช้ทฤษฎีดังกล่าวมาแล้วนั้น เป็นการวิเคราะห์จากสภาพโดยรวมของบริษัทในปัจจุบัน ซึ่งถ้า สภาวการณ์ของบริษัทมีปัจจัยอื่น ๆ มากระทบ กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้วนั้นก็ต้องมีการ ปรับเปลี่ยนทันทีให้สอดคล้องกับโอกาส ปัญหาและอุปสรรคที่เปลี่ยนไป ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและนำกลยุทธ์มาใช้จะทำให้บริษัทได้ประโยชน์ดังต่อไปนี้ 1. บริษัทสามารถรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ตามเป้าหมายระยะสั้นได้รวมทั้งสามารถสร้างตลาดใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวการผลิตในอนาคต 2. เพิ่มยอดขายและครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น เพื่อได้ใช้กำลังการผลิตเต็มที่ สามารถเพิ่ม ความรวดเร็วและความถูกต้อง จากการตัดสินใจทางด้านราคาจากคู่มือมาตรฐานการกำหนดราคา ขายของลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ตามระดับลูกค้า เพื่อเร่งสร้างความพยายามทางการตลาดให้กับพนักงาน ขายและการแบ่งโซนพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้า 3. บริษัทได้รับผลทางอ้อมในเชิงประชาสัมพันธ์สินค้าให้กับบริษัท จากการสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 4. พนักงานทุกระดับตระหนักในค่านิยม ในการได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมใน การบริหารงานส่งผลให้การบริหารบริษัทบรรลุผลคุณภาพโดยรวมและเกิดมูลค่าจากการปฏิบัติงาน ด้วยคุณภาพทุกส่วนงานเพื่อบรรลุผลร่วมกัน 5. พนักงานได้เพิ่มพูนทักษะ ความรู้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นต้นทุนที่สำคัญในการสร้าง ศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ 6. ต้นทุนการดำเนินงานลดลง จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ทำให้ได้ข้อมูลที่ ทันสมัย รวดเร็วและลดความเสี่ยงในการบริหารงาน สำหรับข้อเสนอแนะในการศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วคือ ควรจะศึกษาด้าน การบริหารงานบุคคล การบริหารโครงสร้างของเงินเดือน ระเบียบการว่าจ้างและควรทำการศึกษา เรื่องความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานในองค์กร เพราะเป็นส่วนสำคัญของบริษัทและจะมี ผลกระทบโดยรวมกับการบริหารงานขององค์กรในอนาคต