Abstract:
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหาแนวทางในการ บริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ของบริษัท ที สตีล จำกัด รองรับกับภาวะการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไปของรูปแบบการขายวัตถุดิบจากต่างประเทศ ท่ามกลางปัจจัยการแข่งขันต่างๆ มากมาย บริษัทที สตีล จำกัด เป็นบริษัทที่ผลิตเหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณ โดยนำเข้าวัตถุดิบจาก ต่างประเทศมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ระยะหลังที่ผ่านมาบริษัทฯ มีผลประกอบการที่ไม่ ดีเนื่องจากมีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่าย ได้ในบางช่วง ขณะเดียวกันในบางครั้งก็ต้องมีวัตถุดิบคงคลังที่มากเกินไปทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง ซึ่ง ที่ผ่านมานั้นขาดการวางแผนการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และขาดการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัย ข้อมูลทางสถิติ ผลการศึกษาพบว่า การเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการวัตถุดิบของบริษัท ที สตีล จำกัด จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติมาใช้ในการพยากรณ์ยอดขายและราคาจำหน่ายในอนาคต เพื่อที่จะ วางแผนการผลิตในปริมาณและต้นทุนที่เหมาะสมได้ โดยใช้เทคนิคในเรื่องของการพยากรณ์ตลาด มาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์เพื่อตัดสินใจวางแผนการบริหาร ซึ่งใน การพยากรณ์นี้มีชุดข้อมูลที่สำคัญอยู่ 2 ชุดคือ 1.ยอดขายในอดีต สำหรับการพยากรณ์ยอดขายและความน่าจะเป็นของยอดขายในอนาคต เพื่อวางแผนกำลังการผลิต 2.ราคาจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ในอดีต เหมาะสม ในแต่ละช่วงเวลา
เมื่อได้ข้อมูลจากการพยากรณ์นี้แล้ว ก็จะนำไปปรับระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนที่ จะนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจซึ่งอยู่ในรูปของระบบการบริหารวางแผนการผลิตที่วางไว้ ซึ่ง กระบวนการตัดสินใจนี้จะสามารถชี้ให้เห็นถึงการวางแผนการผลิตในอนาคตได้ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อการนำไปใช้งานสำหรับการบริหารวัตถุดิบคงคลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลักและทฤษฎีการพยากรณ์ที่นำมาใช้ศึกษาในครั้งนี้ เป็นเพียงรูปแบบการคำนวณในบาง ทฤษฎีเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น โดยความเป็นจริงนั้นสามารถที่จะปรับปรุงสูตรการคำนวณ และ การเพิ่มข้อมูลที่สำคัญเข้าไปได้อีกในรูปแบบเทคนิคที่แตกต่างได้อีกมากมาย เพื่อค้นหาเทคนิคที่ เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับกิจการ แต่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น และความสามารถในการนำไปใช้งานได้จริง รายละเอียดแนวทางในการนำไปใช้งานดังกล่าว ผู้ศึกษาได้เขียนไว้ในบทสรุปผลการศึกษา และเสนอแนะ