Abstract:
สืบเนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ส่งผลกระทบทำให้ยอดจำหน่าย รถยนต์ภายในประเทศลดลงอย่างมากประมาณร้อยละ 40 ทำให้ยอดขายสินค้าของบริษัทซึ่งเป็น ชิ้นส่วนรถยนต์ลดลงตามไปด้วย และประกอบกับในปี พ.ศ. 2537 ได้มีคู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาในตลาด ทำให้ส่วนครองตลาดของบริษัทลดลง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ดังนั้นจำเป็นต้องศึกษาเพื่อ หาสาเหตุที่ส่งผลกระทบทำให้บริษัทมีส่วนครองตลาด และยอดขายลดลง การศึกษาการเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขายของบรัท " A " AUTOMOTIVE PARTS จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน และวิเคราะห์โอกาส และอุปสรรค โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อค้นหาปัญหา และเสนอแนะกลยุทธ์หรือแนวทางการในการแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มส่วนครองตลาด และยอดขาย ให้บริษัท ผลจากการศึกษาพบว่าส่วนครองตลาด และยอดขายของบรัท "A" AUTOMOTIVE PARTS จำกัด ลดลงมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการคือ การตั้งราคาขายที่สูงกว่าคู่แข่งขัน และศักยภาพ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ด้อยกว่าคู่แข่งขัน จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท และคู่แข่งขัน พบว่าปัญหาที่ทำให้บริษัทตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน ได้แก่ต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าคู่แข่งขัน และปัญหาทำให้ศักยภาพช่องทางการจัดจำหน่ายด้อยกว่าคู่แข่งขัน คือ ศักยภาพและประสิทธิภาพ ของทีมงานฝ่ายการตลาดด้อยกว่าคู่แข่งขัน บรษัท "A" AUTOMOTIVE PARTS จำกัด จำเป็น ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในตลาดชุดสายไฟรถยนต์ต่อไป ซึ่งจากการศึกษาผู้ศึกษาได้เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขดังนี้ 1. การย้ายสายการผลิต (Production Line ) ไปยังบริษัทในเครือที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่า คู่แข่งขัน และใกล้ลูกค้ามากกว่าคู่แข่งขัน 2. จ้าง Sub- Contractor ที่มีคุณภาพ และต้นทุนการผลิตต่ำกว่าคู่แข่งขัน 3. พิจารณาปรับปรุง เงินเดือน สวัสดิการ และการควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด จากแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะส่งผลทำให้บริษัทสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในด้านต้นทุนการผลิต และเพิ่มศักยภาพช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทได้