Abstract:
บริษัทกรณีศึกษา เป็นบริษัทผลิตนมผงสำหรับเด็กจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มาลงทุน จัดตั้งโรงงานในประเทศไทยเพื่อผลิตนมผงและเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก ซึ่งมีสูตรนมผง สำหรับเด็กแรกเกิด จนถึง 1 ปี สำหรับเด็กอายุ6 เดือน จนถึง 3 ปี สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ผลิตภัณฑ์นมผงของบริษัทกรณีศึกษาจะอยู่ในรูปแบบของกระป๋องและซอง บริษัทกรณีศึกษามีกำลัง การผลิต ประมาณ 28,000 ตัน/ปี ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งภายในประเทศ และ ต่างประเทศ ในสภาวการณ์ปัจจุบันตลาดนมผงสำหรับเด็กเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ในด้านนวัตกรรมเกี่ยวกับสารอาหารที่สามารถส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการด้านสมองและร่างกาย ที่แข็งไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกันนมผงสำหรับเด็กเป็นสินค้าควบคุมโดยกรมการค้าภายในประเทศ การที่จะขึ้นราคาตามนวัตกรรมนั้นไม่สามารถทำได้อย่างอิสระ เพราะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ดังนั้น ความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาดนมผงสำหรับเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมของนมผงเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการลดต้นทุนในการผลิตด้วยซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจัดหาวัตถุดิบ และการ บริหารวัตถุดิบที่มีคุณภาพนั่นเอง กรณีศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและจำแนกหมวดสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบ โดยระบบจำแนกหมวดเอบีซี 2) คำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด จุดสั่งซื้อใหม่ จำนวนครั้งที่ ควรสั่งซื้อต่อปี รอบเวลาการสั่งซื้อ และต้นทุนรวมที่ต่ำสุด ของสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบใน หมวด เอ และ 3) เปรียบเทียบต้นทุนรวมของการสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริงกับการสั่งซื้อในปริมาณที่ ประหยัด ผลการศึกษา 1) การจำแนกหมวดสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบโดยใช้ระบบ เอบีซี พบว่า สามารถจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าวัตถุดิบ โดยแบ่งเป็นกลุ่มเอ ได้ 6 รายการ กลุ่มบี ได้ 11 รายการ และกลุ่มซี ได้ 53 รายการ การจัดความสำคัญตามมูลค่าวัตถุดิบนี้ทำให้มุ่งให้ความสำคัญในการวางแผนการสั่งซื้อและควบคุมแก่วัตถุดิบดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง 2)ทำการคำนวณหาปริมาณการ สั่งซื้อที่ประหยัด และจำนวนครั้งที่ควรสั่งซื้อต่อปีพบว่าปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดของกลุ่มเอ สูงขึ้นจาก 72 ครั้งต่อปี เป็น 149 ครั้งต่อปี 3) ผลการเปรียบเทียบต้นทุนรวมของการสั่งซื้อที่เกิดขึ้น จริงในปี พ.ศ. 2552 กับการสั่งซื้อในปริมาณที่ประหยัด พบว่าการสั่งซื้อแบบประหยัดสามารถช่วยลดต้นทุนรวมได้ถึง 3,070,573.20 บาท