Abstract:
การศึกษาอิสระฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาการจัดการด้านการขนส่งที่ ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และหาวิธีการต่อเนื่องจากการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง โดยศึกษาเฉพาะกรณีกลุ่มองค์การธุรกิจที่ว่าจ้างผู้ให้บริการกิจกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Service Provider) เข้ามารับหน้าที่ขนส่งสินค้าให้แก่องค์การของ ตนเอง จำนวน 5 บริษัท ด้วยการสัมภาษณ์บุคคลเชิงลึก (In-Depth Interview) ในมุมมองของ เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารด้านการขนส่ง วิธีการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการตั้งคำถามปลายเปิด (Open Ended Questions) โดยให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ผลการใช้ บริการกับผู้ให้บริการกิจกรรมโลจิสติกส์ การแก้ไขปัญหาจากผลกระทบราคาน้ำมัน และการแก้ไข ปัญหาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการขนส่ง โดยค้นคว้ารวบรวมแนวคิด ทฤษฎีในเรื่อง การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการขนส่งเข้ามาประยุกต์เพื่อ เปรียบเทียบความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มองค์การธุรกิจที่ว่าจ้างผู้ให้บริการกิจกรรมโลจิสติกส์ จำนวน 5 บริษัท ต่างได้รับผลกระทบที่สืบเนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยผลกระทบที่มีความชัดเจน และสอดคล้องกัน ได้แก่ปัญหาด้านราคาค่าขนส่งที่ถูกผู้ให้บริการฯขอปรับราคาเพิ่มขึ้น สำหรับด้านการใช้บริการ และด้านอื่น ๆ ไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน กลุ่มตัวอย่างทุกรายมีวิธีการแก้ไข ปัญหาดังกล่าว และวิธีการต่อเนื่องจากการแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งที่มี ความสอดคล้องกับแนวคิดในเรื่องการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานด้านการขนส่ง กล่าวคือ บริษัทที่เป็นตัวอย่าง 2 บริษัท ป้องกันปัญหาการปรับราคาค่าขนส่งให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ด้วย วิธีการจัดทำข้อตกลงการปรับราคาค่าขนส่งไว้ล่วงหน้าซึ่งเป็นแนวทางการประสานประโยชน์ร่วมกันของคู่ค้าในโซ่อุปทาน บริษัทที่เป็นตัวอย่างอีก 2 ราย ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อการบริการลูกค้า โดย 1 ใน 2 บริษัท ยึดถือข้อตกลงด้านราคาของการซื้อขายผลิตภัณฑ์ หากราคาค่าขนส่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาขายของผลิตภัณฑ์ด้วยดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการหารือร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องในโซ่อุปทานทุกรายเพื่อแก้ไขปัญหา และอีก 1 บริษัท ปรับเปลี่ยนมุมมองโดย เน้นคุณภาพการบริการมากยิ่งขึ้น และให้ความสำคัญด้านต้นทุนเป็นลำดับรองด้วยวิธีการลด สัดส่วนการว่าจ้างผู้ให้บริการกิจกรรมโลจิสติกส์ลง เพื่อดำเนินการด้านการขนส่งด้วยตนเองมาก ยิ่งขึ้น บริษัทที่เป็นตัวอย่างบริษัทสุดท้ายเน้นวิธีการจัดปริมาณสินค้าให้พอดีกับขนาดการบรรทุก และการจัดการขนส่งที่ไม่ให้เกิดปัญหาการวิ่งรถเปล่า โดยไม่มีสินค้า เพื่อชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับวิธีการแก้ปัญหาเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วยวิธีการอื่น ๆ รวมถึงวิธีการแก้ปัญหา ต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง กลุ่มตัวอย่างทุกรายยังคงนำแนวคิดการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานด้านการขนส่งมาประยุกต์ใช้ด้วยวิธีการที่หลากหลายตามลักษณะของการประกอบธุรกิจของแต่ละองค์การ อาทิเช่น การจัดเส้นทางการรับสินค้า การพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ การใช้ศูนย์กระจายสินค้ามาช่วยในการกระจายสินค้า การใช้พาหนะหลากหลายประเภท การ เรียงซ้อนภายในตู้คอนเทรนเนอร์ การติดตั้งระบบติดตามรถยนต์ (Global Positioning System : GPS) มีระบบการคัดเลือกผู้ให้บริการกิจกรรมโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นและการปรับเปลี่ยนการจัดการขนส่งเป็นระบบ Milk Run ในอนาคต เป็นต้น กลุ่มตัวอย่างยังเสนอแนะให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือในด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการภาคการขนส่งและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์อีกด้วย