| dc.contributor.author | นัฐธิยา บุญอาพัทธิ์เจริญ | |
| dc.contributor.author | Natthiya Boonaphatjarern | |
| dc.contributor.other | Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Liberal Arts | en_US |
| dc.date.accessioned | 2026-08-08T07:11:25Z | |
| dc.date.available | 2026-08-08T07:11:25Z | |
| dc.date.issued | 2008 | |
| dc.identifier.citation | ศิลปศาสตร์ปริทัศน์ 3,5 (มกราคม-มิถุนายน 2551) : 47-52 | en_US |
| dc.identifier.uri | https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6083 | |
| dc.description.abstract | การนินทาที่มีเนื้อหาดูถูก ลดคุณค่าในตัวตนของผู้อื่น เกิดจากการปรับมาตรฐาน (Superego) ให้มีความเท่าเทียมกันหรือสร้างความรู้สึกให้ตนเองอยู่เหนือกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองรู้สึกล้มเหลวรู้สึกว่าตนเองผิดไปจากมาตรฐานที่ตนวางไว้และการนินทาที่มีเนื้อหาเชิงตำหนิติเตียน เกิดจากการประเมินค่าของกระทำนั้น ๆ ผิดไปจากมาตรฐานของผู้นินทา เสียงนินทาจึงเป็นเสียงสะท้อน “ความถูกผิด” ที่มีในใจตนที่มุ่งตรงไปสู่ผู้ถูกนินทา เนื้อหาการตำหนิอาจแทรกการกล่าวถึง “ผลกรรม” ที่คนทำผิดควรจะได้รับ ผลกรรมที่พูดถึงการลงโทษแอบแฝง ฉะนั้นการพูดตำหนิและการกล่าวถึงผลกรรมจึงเป็นการลดความรุนแรงของมาตรฐานความถูกผิดในตัวตนของตนเองให้เบาบางลง ยิ่งรู้สึกว่าการกระทำนั้นผิดมาก ก็จะยิ่งพูดย้ำ ๆ ถึงความผิดของคนๆ หนึ่ง ให้คนอื่นได้รู้เพื่อหาคนที่มีความรู้สึกร่วมและเห็นพ้องกันกับตนว่าพฤติกรรมนั้น ๆ ผิด จนส่งผลให้ไม่ชอบในพฤติกรรมนั้น ๆ ซึ่งการหาพวกพ้องเข้าข้างแนวคิดเดียวกันกับตนก็เป็นส่วนหนึ่งของบทลงโทษที่ติดค้างในความรู้สึกของตนที่มีต่อคนที่ถูกนินทานั่นเอง | en_US |
| dc.language.iso | th | en_US |
| dc.publisher | คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ | en_US |
| dc.subject | การซุบซิบ | en_US |
| dc.subject | Gossip | en_US |
| dc.subject | การนินทา | en_US |
| dc.subject | มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | en_US |
| dc.title | ทำไมคนจึงนินทากัน | en_US |
| dc.type | Article | en_US |