กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5885
ชื่อเรื่อง: การศึกษาเปรียบเทียบผลงานประพันธ์ของเหนียน ล่าเหมยกับเหลาเส่อ
ชื่อเรื่องอื่นๆ: 年腊梅与老舍文学创作比较研究
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: 郑敏
Zheng Min
เจิ่ง หมิ่น
Huachiew Chalermprakiet University. College of Chinese Studies. Graduate School
คำสำคัญ: เหลา เส่อ
Lao She
เหนียน ล่าเหมย
Nian Lamei
วรรณกรรมจีน -- ประวัติและวิจารณ์
Chinese literature -- History and criticism
วรรณคดีเปรียบเทียบ
Comparative literature
นักประพันธ์ -- จีน
Authors, Chinese
การวิเคราะห์เนื้อหา
Content analysis (Communication)
中国文学 -- 历史与批评
比较文学
作家 -- 中国
年腊梅
老舍
จีนศึกษา
วันที่เผยแพร่: 2011
สำนักพิมพ์: สำนักพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
แหล่งอ้างอิง: วารสาร มฉก.วิชาการ 15, 29 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2554) : 35-45.
บทคัดย่อ: เหนียนล่าเหมยถือเป็นตัวแทนนักเขียนไทยเชื้อสายจีนคนหนึ่งในกลุ่มนักเขียนไทยเชื้อสายจีน หัวข้องานเขียน แนวคิดและศิลปะในการเขียนของเขา เมื่อเปรียบเทียบกับเหลาเส่อนักเขียนจีนยุคสมัยใหม่แล้ว มีส่วนที่คล้ายคลึงมาก บทความนี้ใช้การอนุมานเชิงเปรียบเทียบทางวรรณคดีมาวิเคราะห์งานเขียนของเหนียนล่าเหมยกับเหลาเส่อนักเขียนระดับปรมาจารย์วงการวรรณคดีจีนยุคปัจจุบัน โดยศึกษาเปรียบเทียบในด้านภูมิหลังของชีวิต การสร้างตัวละครในเรื่อง เนื้อหาสาระ กลวิธี การบรรยายเรื่อง คุณลักษณะพิเศษทางภาษา ตลอดจนการนับถือศาสนา เป็นต้น และได้ข้อสรุปจากการศึกษาเปรียบเทียบจากหัวข้อดังกล่าว จากการศึกษาเปรียบเทียบเห็นถึงข้อเหมือนกันในด้านกลวิธีการประพันธ์วรรณคดีของนักประพันธ์ทั้งสองมีสามประการดังนี้ 1. ภูมิหลังและประสบการณ์เหมือนกัน คือ มีครอบครัวที่ยากจนและมีชีวิตอย่างยากลำบากส่งผลอย่างมากต่อการสร้างงานวรรณกรรมของทั้งสองคน 2. หัวข้องานเขียนเหมือนกัน วรรณกรรมของพวกเขาล้วนเจาะจงเขียนเรื่องของประชาชนธรรมดาเป็นหลัก สาระในบทประพันธ์ส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ชีวิตจริงและสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตที่คุ้นเคย 3. กลวิธีการสร้างงานประพันธ์เหมือนกัน โดยใช้กลวิธีการสร้างงานประพันธ์แบบอัตถนิยมอาศัยเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวันมาสะท้อนถึงสาระสำคัญของยุคสมัยและแฝงด้วยโศกนาฏกรรมทางจิตใจอันแรงกล้า 4. สาระสำคัญทางศาสนาของงานเขียนเหมือนกัน งานเขียนของเขาทั้งสองต่างเป็นการเผยแพร่ภราดรภาพและการอุทิศให้ แสดงถึงสาระสำคัญทางศาสนาที่เข้มข้น ข้อแตกต่างของนักประพันธ์ทั้งสองคือ 1. ลักษณะทางภาษาของงานเขียนต่างกัน ตัวละครที่เหลาเส่อบรรยายนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นชาวปักกิ่ง ถ้อยคำติดสำเนียงปักกิ่งเข้มข้น รวมทั้งมีภาษาท้องถิ่นของปักกิ่งอีกด้วย ส่วนตัวละครที่เหนียนล่าเหมยบรรยายถึงนั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน งานเขียนของเขาเปี่ยมไปด้วยสภาพแวดล้อมและขนบธรรมเนียนมประเพณีไทย แต่ถ้อยคำภาษาในงานเขียนยังมีภาษาพูดแต้จิ๋วปนอยู่ด้วย 2. จำนวนงานเขียนแตกต่างกัน งานเขียนของเหลาเส่อมีจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นงานประพันธ์ที่โด่งดังเป็นอมตะ ส่วนงานเขียนเหนียนล่าเหมยเมื่อเทียบเคียงแล้วมีจำนวนน้อยกว่ามาก งานประพันธ์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องยาว เรื่องปานกลางและเรื่องสั้น 3. ระดับความลึกซึ้งของงานเขียนต่างกัน งานเขียนของเหลาเส่ออยู่บนจุดสูงสุทางประวัติศาสตร์ ไปสืนค้นความเป็นมนุษย์กับทางออกของประเทศและชนชาติ สามารถบรรยายบุคลิกลักษณะของตัวละครได้อย่างลุ่มลึกจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมและความเป็นมนุษย์ โศกนาฏกรรมทางความรู้สึกรุนแรง ส่วนงานของเหนียนล่าเหมย แม้ว่ามีการโยงใยถึงสิ่งที่เหลาเส่อใช้ แต่ระดับและความลุ่มลึกแล้วยังด้อยกว่ามาก วรรณ จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ผู้เขียนเห็นว่า เนื่องจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์และอิทธิพลทางศาสนา การสร้างงานเขียนของเหนียนล่าเหมยจึงผูกพันกับแก่นสารวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมและสาระสำคัญทางวัฒนธรรมศาสนาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้น นวนิยายของเหนียนล่าเหมยจึงโดดเด่นและประสบความสำเร็จในประวัติวรรณกรรมภาษาจีนในไทยแห่งศตวรรษที่ 20 คุณลักษณะพิเศษของเขาคือการใช้กลวิธีวิธีเขียนแบบอัตถนิยม สะท้อนถึงสังคมจริงและวิถีการดำเนินชีวิตที่ยากเย็นแสนเข็ญในประเทศไทยในศตวรรษที่ 20 ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีความหมายทางสังคมและคุณค่าทางวรรณคดีในประวัติศาสตร์วรรณกรรมจีนในไทยที่ไม่อาจถูกข้ามได้ บทความนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอนคือการวิเคราะห์งานเขียนมีการโยงใยถึง โสเภณี กรรมกร เจ้าของกิจการขนาดย่อมและคนถ่อยในตลาด
URI: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/5885
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:College Of Chinese Studies - Articles Journals

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
A-Comparative-Stylistic-Study-on-the-Literary-Works-of-Nian-Lamei-and-Lao-She.docx14.27 kBMicrosoft Word XMLดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น