Abstract:
เหนียนล่าเหมยถือเป็นตัวแทนนักเขียนไทยเชื้อสายจีนคนหนึ่งในกลุ่มนักเขียนไทยเชื้อสายจีน หัวข้องานเขียน แนวคิดและศิลปะในการเขียนของเขา เมื่อเปรียบเทียบกับเหลาเส่อนักเขียนจีนยุคสมัยใหม่แล้ว มีส่วนที่คล้ายคลึงมาก บทความนี้ใช้การอนุมานเชิงเปรียบเทียบทางวรรณคดีมาวิเคราะห์งานเขียนของเหนียนล่าเหมยกับเหลาเส่อนักเขียนระดับปรมาจารย์วงการวรรณคดีจีนยุคปัจจุบัน โดยศึกษาเปรียบเทียบในด้านภูมิหลังของชีวิต การสร้างตัวละครในเรื่อง เนื้อหาสาระ กลวิธี การบรรยายเรื่อง คุณลักษณะพิเศษทางภาษา ตลอดจนการนับถือศาสนา เป็นต้น และได้ข้อสรุปจากการศึกษาเปรียบเทียบจากหัวข้อดังกล่าว
จากการศึกษาเปรียบเทียบเห็นถึงข้อเหมือนกันในด้านกลวิธีการประพันธ์วรรณคดีของนักประพันธ์ทั้งสองมีสามประการดังนี้
1. ภูมิหลังและประสบการณ์เหมือนกัน คือ มีครอบครัวที่ยากจนและมีชีวิตอย่างยากลำบากส่งผลอย่างมากต่อการสร้างงานวรรณกรรมของทั้งสองคน
2. หัวข้องานเขียนเหมือนกัน วรรณกรรมของพวกเขาล้วนเจาะจงเขียนเรื่องของประชาชนธรรมดาเป็นหลัก สาระในบทประพันธ์ส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ชีวิตจริงและสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตที่คุ้นเคย
3. กลวิธีการสร้างงานประพันธ์เหมือนกัน โดยใช้กลวิธีการสร้างงานประพันธ์แบบอัตถนิยมอาศัยเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวันมาสะท้อนถึงสาระสำคัญของยุคสมัยและแฝงด้วยโศกนาฏกรรมทางจิตใจอันแรงกล้า
4. สาระสำคัญทางศาสนาของงานเขียนเหมือนกัน งานเขียนของเขาทั้งสองต่างเป็นการเผยแพร่ภราดรภาพและการอุทิศให้ แสดงถึงสาระสำคัญทางศาสนาที่เข้มข้น
ข้อแตกต่างของนักประพันธ์ทั้งสองคือ
1. ลักษณะทางภาษาของงานเขียนต่างกัน ตัวละครที่เหลาเส่อบรรยายนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นชาวปักกิ่ง ถ้อยคำติดสำเนียงปักกิ่งเข้มข้น รวมทั้งมีภาษาท้องถิ่นของปักกิ่งอีกด้วย ส่วนตัวละครที่เหนียนล่าเหมยบรรยายถึงนั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน งานเขียนของเขาเปี่ยมไปด้วยสภาพแวดล้อมและขนบธรรมเนียนมประเพณีไทย แต่ถ้อยคำภาษาในงานเขียนยังมีภาษาพูดแต้จิ๋วปนอยู่ด้วย
2. จำนวนงานเขียนแตกต่างกัน งานเขียนของเหลาเส่อมีจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นงานประพันธ์ที่โด่งดังเป็นอมตะ ส่วนงานเขียนเหนียนล่าเหมยเมื่อเทียบเคียงแล้วมีจำนวนน้อยกว่ามาก งานประพันธ์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องยาว เรื่องปานกลางและเรื่องสั้น
3. ระดับความลึกซึ้งของงานเขียนต่างกัน งานเขียนของเหลาเส่ออยู่บนจุดสูงสุทางประวัติศาสตร์ ไปสืนค้นความเป็นมนุษย์กับทางออกของประเทศและชนชาติ สามารถบรรยายบุคลิกลักษณะของตัวละครได้อย่างลุ่มลึกจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมและความเป็นมนุษย์ โศกนาฏกรรมทางความรู้สึกรุนแรง ส่วนงานของเหนียนล่าเหมย แม้ว่ามีการโยงใยถึงสิ่งที่เหลาเส่อใช้ แต่ระดับและความลุ่มลึกแล้วยังด้อยกว่ามาก
วรรณ
จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ผู้เขียนเห็นว่า เนื่องจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์และอิทธิพลทางศาสนา การสร้างงานเขียนของเหนียนล่าเหมยจึงผูกพันกับแก่นสารวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมและสาระสำคัญทางวัฒนธรรมศาสนาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้น นวนิยายของเหนียนล่าเหมยจึงโดดเด่นและประสบความสำเร็จในประวัติวรรณกรรมภาษาจีนในไทยแห่งศตวรรษที่ 20 คุณลักษณะพิเศษของเขาคือการใช้กลวิธีวิธีเขียนแบบอัตถนิยม สะท้อนถึงสังคมจริงและวิถีการดำเนินชีวิตที่ยากเย็นแสนเข็ญในประเทศไทยในศตวรรษที่ 20 ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีความหมายทางสังคมและคุณค่าทางวรรณคดีในประวัติศาสตร์วรรณกรรมจีนในไทยที่ไม่อาจถูกข้ามได้
บทความนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอนคือการวิเคราะห์งานเขียนมีการโยงใยถึง โสเภณี กรรมกร เจ้าของกิจการขนาดย่อมและคนถ่อยในตลาด