Please use this identifier to cite or link to this item: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6174
Title: การเปรียบเทียบความสามารถในการทรงตัวในกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีการออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบไทเก็ก
Other Titles: Comparison Balance among Non-Exercising, Aerobic and Tai-chi Exercising in Aging
Authors: ภาวดี เมตตาประคอง
อัจฉรา หอสุวรรณานนท์
ศิริพร สุพัฒนานนท์
รัตนากร ยศอินทร์
มะลิษา มีแสวง
ญาณินี วงค์ษา
Huachiew Chalermprakiet University. Faculty of Physical Therapy
Keywords: ผู้สูงอายุ
Older people
การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ
Exercise for older people
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก
Aerobic exercises
แอโรบิก (การออกกำลังกาย)
ไทเก๊กสำหรับผู้สูงอายุ
Tai chi for older people
การทรงตัว
Equilibrium (Physiology)
การหกล้มในวัยสูงอายุ
Falls (Accidents) in old age
วิทยาศาสตร์สุขภาพ
Issue Date: 2009
Publisher: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
Abstract: หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีจานวนเพิ่มมากขึ้นและอาจพบ การเปลี่ยนแปลงจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เช่น สมรรถภาพทางด้านร่างกายและความสามารถในการทรงตัวลดลง เป็นผลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย ดังนั้น การออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการล้มได้ ซึ่งชนิดของการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากในผู้สูงอายุไทย ได้แก่ แอโรบิคและไทเก็ก จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ คือ เพื่อศึกษาความสามารถในการทรงตัว(balance) ในผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี อายุระหว่าง 60 – 70 ปี ในกลุ่มที่ไม่มีการออกกาลังกายกับกลุ่มที่ออกกาลังกายแบบแอโรบิคและแบบไทเก็ก (Tai – chi) โดยทำการทดสอบด้วย functional reach test (FRT), timed up and go test (TUG), Berg balance scale(BBS) และdynamic gait index (DGI) เพื่อทราบผลของการออกกาลังกายต่อความสามารถในการทรงตัว และความเสี่ยงต่อการล้มในผู้สูงอายุ และเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพและความสามารถในการทรงตัว ในกลุ่มผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสมวัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความสามารถในการทรงตัว (balance) ในผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี อายุระหว่าง 60 – 70 ปี ในกลุ่มที่ไม่มีการออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบไทเก็ก (Tai – chi)วิธีการศึกษา : แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเลือกเข้าเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีการออกกำลังกายและกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและไทเก็ก (Tai – chi) และให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยทำการดสอบความสามารถในการทรงตัวตามลำดับ คือ functional reach test (FRT), timed up & go (TUG), berg balance scale (BBS), dynamic gait index(DGI) จากนั้นนามาวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการทรงตัว ระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีการออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและไทเก็กผลการศึกษา : เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงปริมาณ พบว่า เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการทรงตัวด้วย FRT ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความสามารถในการทรงตัวระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบไทเก๊ก (p-value>.05) และเมื่อทาการทดสอบความสามารถในการทรงตัวด้วย TUG พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความสามารถในการทรงตัวระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิค (p-value = .004) และระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายแบบไทเก๊ก (p-value = .001) แต่ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิคและแบบไทเก๊ก (p-value = .998)และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงคุณภาพ พบว่า เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการทรงตัวด้วย FRT มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเฉพาะระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิค (p-value = .016) ขณะที่เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการทรงตัวด้วย TUG, BBS และ DGI ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความสามารถในการทรงตัวระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบไทเก็ก (p-value > .05)จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายมีความสามารถในการทรงตัวดีกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ออกกำลังกาย แม้จากการศึกษาครั้งนี้จะพบความแตกต่างกันของความสามารถในการทรงตัวระหว่างกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายกับกลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบไทเก๊กเมื่อทดสอบด้วย FRT, TUG เท่านั้น ดังนั้นทางคณะผู้จัดทาจึงสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าการออกกำลังกายนั้นจะเป็นแอโรบิคหรือแบบ ไทเก็ก หรือการออกกำลังกายด้วยกีฬาอื่นๆ และจากการทบทวนวรรณกรรม พบว่าผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคและสรีระวิทยาจากอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น รูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุจึงควรเป็นรูปแบบการออกกำลังที่สม่ำเสมอ นุ่มนวล และควรเน้นเป็น การออกกำลังเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อชะลอหรือคงใว้ซึ่งสมรรถภาพของร่างกายในผู้สูงอายุให้มีความเสื่อมถอยน้อยลงที่สุด ส่งผลให้ความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงต่อการล้มลดลง ซึ่งนำมาสู่คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดียิ่งขึ้นตามมา
Description: โครงการวิจัยภาคนิพนธ์ (วท.บ.) (กายภาพบำบัด) -- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2551
URI: https://has.hcu.ac.th/xmlui/handle/123456789/6174
Appears in Collections:Physical Therapy - Senoir Project

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Comparison-balance-among-non-exercising-aerobic-and-Tai–chi-exercising-in-aging.pdf
  Restricted Access
1.75 MBAdobe PDFView/Open Request a copy


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.