Abstract:
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) เพื่อหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวระหว่างปัจจัยด้าน เพศ อายุ ระดับน้ำตาลในเลือด การมีโรคร่วมระยะเวลาของการเจ็บป่วย ความเชื่อด้านสุขภาพ และการสนับสนุนทางสังคมกับการปรับตัวผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลาง กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีจำนวน 360 คน โดยสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ที่ผู้สร้างและพัฒนาขึ้นตามกรอบแนวคิดของดีโรจาติส บนการพิทักษ์สิทธิ์กลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยใช้โปรแกรมประมวลผลสำเร็จรูป
ผลการวิจัยพบว่า
1) เพศไม่มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลาง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.63, p= 0.11)
2) อายุไม่มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลาง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.07, p=0.45)
3) ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลาง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r= -0.13**, p=0.00)
4) การมีโรคร่วมอายุไม่มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลาง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r=-0.45, p=0.19)
5) ระยะเวลาเจ็บป่วยไม่มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่อาศัยอยู่ในชุมชนภาคกลางอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r=-0.45, p=0.19)
6) ความเชื่อด้านสุขภาพ เช่น การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์กับการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 (p=.00) ส่วนใหญ่การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติอยู่ในระดับสูง รองลงมาได้แก่ ด้านแรงจูงใจของของการปฏิบัติและการรับรู้ความรุนแรงของโรค
7) ด้านการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 (p=0.00) ส่วนใหญ่การสนับสนุนทางสังคม อยู่ในระดับดี ได้แก่ ด้านอารมณ์
8) ด้านการปรับตัวในสังคมต่อภาวะเจ็บป่วย ส่วนใหญ่ การปรับตัวในสังคมต่อภาวะเจ็บป่วยอยู่ในระดับปานกลาง ( x̄ = 1.96, S.D. – 0.43) ส่วนใหญ่ได้แก่ ด้านความสัมพันธ์ในเครือญาติ และด้านสภาพแวดล้อมภายใน
Description:
การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 4 และระดับนานาชาติ ครั้งที่ 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (The Fourth National Symposium and the Second International Symposium Concerning the Research Work Presentation at Bangkok Thonburi University) “สหวิทยาการงานวิจัย เพื่อการพัฒนางานวิชาการ” 23 กรกฎาคม 2559 ณ อาคาร 14 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี : หน้า 2-17.