นวนิยายเอกของ เหลาเส่อ เรื่อง คนลากรถ (พ.ศ. 2479) และนวนิยายเรื่อง คำพิพากษา (พ.ศ. 2524) ของ ชาติ กอบจิตติ นับเป็นนวนิยายแนวสัจนิยมที่ควรค่าแก่การศึกษา นวนิยายสองเรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมโดยเป็นโศกนาฏกรรมของปัจเจกชนกับสังคม อันเกิดจากสภาพสังคมที่บิดเบี้ยว เพราะความเจริญที่ส่งผลให้พฤติกรรมของคนแปรเปลี่ยนไป ตัวละครเอกในนวนิยายเรื่อง คนลากรถ และ คำพิพากษา ต่างเป็นคนใช้แรงงานระดับล่าง ความทุกข์ของพวกเขาไม่ได้มีสาเหตุมาจากความยากจนข้นแค้นเท่านั้น แต่สาเหตุใหญ่ที่เป็นต้นตอของความยากแค้นนั้น คือ สภาพสังคมที่โหดร้าย ซึ่งทำให้พวกเขามีสถานะเป็นผู้แพ้ ทว่าผู้คนโดยทั่วไปกลับมีทีท่าเฉยเมยต่อชะตาชีวิตเช่นนี้ คุณูปการของนวนิยายทั้งสองเรื่องนี้คือ การสะท้อนนปัญหาสังคมที่มีอยู่จริงแต่สังคมกลับละเลยมองข้ามไป
บทความนี้ได้อภิปรายเปรียบเทียบกลวิธีการประพันธ์นวนิยายเรื่อง คนลากรถ และ คำพิพากษา ใน 3 ประเด็น คือ ภูมิหลังการประพันธ์ แนวคิดของผู้แต่ง และการใช้ภาษา ซึ่งกลวิธีเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมอันเนื่องมาจากความไร้มนุษยธรรมของมนุษย์
先生的代表作品《骆驼祥子》与泰国作家查·勾吉迪的小说《判决》都是值得研究探
真实的社会现象,它们所反映的社会的现实就是由于社会畸形发展所引发的人性的扭
系列的个人和社会的悲剧。《骆驼样子》与《判决》这两部悲剧小说的主人公都是底层社会的劳动者,他们
的悲剧不只是源于贫困的生活,残酷的社会现实才是他们艰难的最大因素,在残酷的社会中他们失败了,但
这种现象往往被人们冷酷地对待,把它当成普通的现象,所以这两部小说对社会的贡献就在于反映这些真实
存在的却被人们忽视的社会问题。
本文通过讨论《骆驼祥子》与《判决》的创作比较,即创作背景,创作思想、创作语境的比较,展示
这两部小说所揭示的社会、人性等问题,肯定这两部小说的重大社会价值,并提出作者自己的一些新的想
法和观点。