บทความนี้มุ่งศึกษาแนวการเขียนเรื่องสั้นภาษาจีนที่แต่งในประเทศไทย ที่เสนอภาพสังคมชนบท รวม 38 เรื่อง (เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว 1 เรื่อง) แต่งขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2523-ปัจจุบัน ผลการศึกษาพบแนวการเขียนที่สำคัญ 3 ลักษณะ คือ 1) แนวสัจนิยม 2) แนวจินตนิยม และ 3) แนวสัญลักษณ์นิยม โดยการเขียนแนวสัจนิยมพบมากที่สุด มักนำเสนอเนื้อเรื่องเกี่ยวกับปญหาของคนในชนบท ซึ่งมี 5 ประการหลัก คือ ความยากจน ภัยธรรมชาติ การถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน การถูกกดขี่ข่มเหงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผลกระทบจากโลกาภิวัฒน์ ส่วนการเขียนแนวจินตนิยมพบเป็นส่วนน้อย มักเสนอภาพสังคมในเชิงอุดมคติ ไม่มีปะญหา หรือหากมีก็สามารถแก้ไขได้ การเขียนแนวนี้สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดีของผู้แต่ง เป็นการให้ความหวังและกำลังใจแต่ผู้อ่าน ส่วนแนวการเขียนแบบสัญลักษณ์นิยม มักพบร่วมกับการเขียนแนวสัจนิยม เป็นการเสนอความหมายในเรื่องอย่างชัดเจนลึกซึ้งขึ้น
เรื่องสั้นภาษาจีนที่แต่งในประเทศไทย โดยนักเขียนชาวจีนโพ้นทะเลหรือชาวไทยเชื้อสายจีนนี้ มีคุณค่าในทางวรรณคดีศึกษา เพราะนอกจากเป็นวรรณกรรมของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย ยังได้ร่วมสะท้อนภาพความเป็นไปของสังคมชนบทไทย ที่ยังคงล้าหลังด้อยการพัฒนาและด้อยโอกาส ผลที่ได้จากการศึกษานี้นับเป็นข้อมูลที่ช่วยยืนยันว่าสังคมชนบทไทยยังต้องการความสนใจและการพัฒนาอีกมาก
这篇文章主要研究自1980年至今所反映农民社会的泰华短篇小说共38部(其中1篇为中篇
泰华农民小说的创作手法主要分为三种形式,则是现实主义手法、浪漫主义手法和
现实主义手法最常见到,反映了有关农民社会的问题,大致有五项,乃是贫穷的生活、
、占便宜、受到政府官的欺负与现代化的影响力。至于浪漫主义手法比较少见,大多介绍
若发生问题也易于解决的社会景象。这种创作手法反映了作者对社会的乐观态度,带
十象征主义手法,常见到和现实主义手法混合在一起,使得能更清晰深入明显表现
泰华短篇小说,是由华和华裔人写的,在文学研究上有相当的价值。因为除了是素
还反映出泰国农民社会的情形,至今还落伍缺乏发展和机会。研究的结果可以用来
了泰国农民社会还需要更多的关注和发展。