本文章主要研究泰国的梦莉和新加坡的尤今两位作家,她们是东南亚具有代表性
的著名华文女作家,她们的文学创作成就斐然,尤其是散文写作。本论文拟就这两
位东南亚华文女作家的散文创作进行比较,探析她们的文学成长之路、创作主体、
散文的美学风貌和艺术特色。
研究发现她们笔下的散文从各个角度来表现所居国家的方方面面,在异彩纷呈
的东南亚华文文学世界里各有千秋,自成风采。她们的散文既有文学思想内容,又
有文学创作之美。
在文学成长之路比较这方面,她们都是泰国和新加坡的大作家,作品很受东南
亚地域和中国读者的欢迎。梦莉属业余作家,她要写的时候才下笔,但尤今是专业
作家,她已有很多畅销作品并还在不断地进行创作。
在创作题材比较这方面,梦莉运用自己的经历,像写记录一样创作,但是内容
比较像戏剧,使读者体会到作家的内心。尤今创作作品虽然情节简单,但辞藻华
丽,使读者身临其境。
创作题材比较这方面,梦莉运用自己的经历,像写记录一样创作,但
比较像戏剧,使读者体会到作家的内心。尤今创作作品虽然情节简单,但辞藻华
丽,使读者身临其境。
对东南亚华文作家及其精美作品的欣赏和研究,不仅可以了解海外华人的生存
、生活风貌和精神诉求,而且可以感知作家笔下的异国风情。这样
能增进彼此的了解和文化认同,又能通过文字认识对象,使东盟!
好。
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกลวิธีการสร้างสรรค์งานประพันธ์ร้อยแก้ว เส้นทางชีวิตในแวดวงวรรณกรรมภาษาจีน กลวิธีร้อยเรียงเรื่องราว รูปแบบความงาม และศิลปะการประพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ในงานประพันธ์ร้อยแก้วของเมิ่งลี่และโหยวจิน
ผลการศึกษาพบว่า ด้านกลวิธีการสร้างสรรค์งานประพันธ์ของทั้งสองเน้นการเล่าเรื่องราวประสบการณ์และสิ่งที่อยู่รอบตัวในหลากหลายแง่มุม ทั้งยังมีสุนทรียะ รสนิยม และเนื้อเรื่องที่หลากหลาย ชวนติดตาม อันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งสีสันของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้านเส้นทางชีวิตในแวดวงวรรณกรรมภาษาจีน ทั้งสองต่างเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในแวดวงวรรณกรรมภาษาจีนทั้งไทยและสิงคโปร์ งานเขียนคุณค่าและได้รับผลตอบรับจากผู้อ่านทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เมิ่งลี่นั้นถือว่าเป็นนักเขียนสมัครเล่นซึ่งจะเขียนเมื่อต้องการจะเขียน แต่โหยวจินนั้นเป็นนักเขียนมืออาชีพที่มีผลงานมากมายออกจำหน่าย และไม่หยุดสร้างสรรค์งานเขียน
ด้วยกลวิธีร้อยเรียงเรื่องราว เมิ่งลี่นำประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาในอดีตมาเล่าผ่านปลายปากกา คล้ายกับการเขียนบันทึกแต่มีกลิ่นอายความเป็นละครมาก สามารถทำให้ผู้อ่านมีอารมณ์คล้อยตามได้ ส่วนโหยวจินนั้นมี การร้อยเรียงเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้านการใช้คำที่สละสลวย มีการบรรยายให้เห็นภาพพจน์ได้อย่างชัดเจน
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า งานประพันธ์ของทั้งสองนี้มีการใช้ภาษาที่สละสลวยและสะท้อนสภาพความเป็นอยุ่ วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพออกมาตั้งถิ่นฐานนอกอาณาเขตจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาวรรณกรรมภาษาจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงมีส่วนช่วยให้ชาวจีนในเขตภูมิภาคนี้ได้เรียนรู้รากเหง้าและเข้าใจวัฒนธรรมของตนผ่านตัวอักษร ซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น มากยิ่งขึ้นด้วย